Chris Redfield

Chris Redfield

ครั้งแรกที่ผม ได้รู้จักกับ ลีออน เมียผม ตอนนั้น เราบังเอิญไปเจอกัน ตอนที่พวกเรายิง พวกซอมบี้ ในWorld War Z ซึ่งผม ได้สูญเสียลูกน้องไปหลายคน เกือบเอาตัวไม่รอด แล้วรัฐบาล ได้ส่ง ลีออนให้ไปช่วยเอาตัวผมกลับมา แต่ตอนนั้นผมก็เกือบจะติดเชื้อไวรัสที ในขณะที่ปฏิบัติตามหน้าที่ และผมได้เมีย สุดที่รักมาเป็น บอดี้การ์ด ตอนนี้ น้องสาวผม แคลร์ เรดฟีล คงดีใจที่พี่ชายของหล่อน รอดจากสงคราม

ระหว่างที่ผม พักฟื้น รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยที่ เมียผม ลีออนยังคงนอนเฝ้าผม อยู่บนเตียงโซฟา ตอนนั้น ผมไม่รู้ตัวเลยว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง เราสองคน เป็นมากกว่าแค่คําว่า เพื่อน มันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก็ไม่ใช่ว่า เวลาที่เราเจอกัน ทุกครั้งต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับ เซ็กส์ แต่ครั้งนี้เป็นตอนพิเศษ เพราะหลังฟื้นตัวจากอาการ โคม่า ผมเห็น ลีออน จ้องหน้าผม ดูเหมือนเขาจะไม่ได้พักผ่อน แต่เขายอมอยู่เคียงข้างผมตลอดเวลา ไม่ไปไหน

'พี่คริสฟื้นแล้ว' แคลร์ น้องสาวตัวแสบของผม เอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ ที่เห็นผมตื่น จากอาการโคม่า มาเป็นระยะเวลา 1 เดือน แต่ร่างกายผม ยังแข็งแรงอยู่ เพื่อนๆผมบางคนติดเชื้อ แต่อาการของผม ตอนนี้ถือว่าพ้นวิกฤติ ผมดีใจที่ทุกคนเป็นห่วงผม แคลร์บอกผมว่า ลีออน ท้องลูกผม หลังจากที่ผมฟื้นขึ้นมา มันเป็นข่าวดี เพราะผมวางแผนจะขอเขาแต่งงาน

'จริงเหรอ จิล?' ผมหันไปถามจิล หล่อนพยักหน้า แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าผิดหวัง

'ตอนนี้นายยังต้องพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วล่ะ' ลีออนนั่งกุมมือผม และมองผมด้วยความเป็นห่วง

หลังจากนั้นไม่นาน ผมได้นอนกอดลีออน อีกครั้ง ในห้องนอนที่บ้าน ผมจูบเขาบนริมฝีปาก และโอบกอดลีออน แน่นๆในอ้อมกอด โดยที่เขานอนซบอยู่บนแผ่นอก ของผม

ตอนนั้นเป็นช่วงก่อนที่เมียผม จะไปทําภารกิจ ช่วย ลูกสาวท่าน ประธานาธิบดี จาก หมู่บ้านคนติดเชื้อ แต่ตอนนั้นเมียท้อง ลูกผมสี่เดือน ซึ่งผมก็ห่วงเมีย ต่อให้เมียสุดที่รัก ของผมทํางานเสี่ยงภัยอันตรายมาเยอะ แต่คราวนี้ ผมเถียงหัวชนฝาเลย เพราะผมไม่ไว้ใจ ถ้าปล่อยให้เมียไปเสี่ยงภัยอันตราย โดยที่ยังท้องลูกชายผม

'ฉันจําเป็นต้องไป คริส' ลีออน ยังบอกผม ในขณะที่ผมยังโอบกอดเมียอยู่ มีเหรอที่ผมจะยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ

'นั่นลูกฉันนะ ที่อยู่ในท้องนาย นายยังจะกล้าไปอีกเหรอ เกิดนายติดเชื้อห่าอะไรนั่นมา ลูกฉันไม่ซวยไปด้วยอีกคนรึ' ผมเริ่มโมโหทันที ห่วงทั้งลูกทั้งเมีย แต่ทําไงได้ เมียผมก็หัวแข็ง ไม่ค่อยเชื่อฟังใคร ผมทําไรไม่ได้ นอกจากจะขอร้องเพื่อนผมอีกคน นาธานให้ไปคุ้มครองเมีย ด้วยการแอบปลอมตัวเป็นคน ในหมู่บ้านนั้น แล้วแอบๆ ช่วยเมียผม ซึ่งตอนแรกเมียไม่รู้ ว่าผมแอบส่งคนไปคุ้มครอง แต่พอรู้ความจริง เมียผมโทรมาต่อว่าผม

'คริส แกทําบ้าอะไรของแก ฮะ' นั่นว่าแล้วไง เมียผมโทรมาด่าผมใหญ่เลย

'อ่าว แล้วผมจะไว้ใจคุณรึ ยิ่งตอนนี้ลูกผมอยู่ในท้องคุณ' ผมก็รีบบอกเมีย ด้วยความรู้สึกเป็นห่วง

'ฉันดูแลตัวเองได้คริส ฉันไม่ได้ไปเที่ยวนะ ฉันมาทําธุระ' นั่น ว่าแล้วไง เมียผมเริ่มแว๊ดทันที ที่รู้ว่าผมแอบส่งลูกน้องไปดูแลเมีย ซึ่งผมรู้ว่าหมู่บ้านนั้นอยู่ที่ไหน และเมียผมต้องไปเจอกับอะไร และผมส่งลูกน้องผมไปเช็ค ก่อน นาธานมักจะเก่งเรื่องนี้อยู่แล้ว เขารายงานผมตลอดเวลา 'แกว่างนักรึไง'

'แล้วคุณมาด่าผมทําไม ผมเป็นสามีคุณนะ' ผมได้ทีก็สวนให้

'นี่เรื่องงานนะ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ไอ้บ้า' นั่นผมโดนเมียด่าอีก ครั้งที่สอง เอาล่ะ ตอนนี้เป็นช่วงที่เมียผมกําลังจะไปช่วย แอชลี่ย์ แต่บังเอิญโดนจับ มัดมือ ด้วยกันกับ ตาหลุยส์ เซียร่า นักวิจัยหนุ่ม ที่สุดท้ายโดนฆ่าตาย แต่เมียผมรอดมาได้ เพราะนาธานแอบช่วยไว้

'ดูเหมือนสามีของคุณจะห่วงคุณมากไปหรือเปล่า คุณเจ้าหน้าที่ ลีออน' เสียงของ เจ้าหลุยส์ เซียร่าแอบลอดเข้ามา

'แกเงียบไปเลยนะ นี่เรื่องส่วนตัวฉัน' นั่น เมียผมแอบแว๊ดไปกัดหมอนี่ อีกคน 'ฉันไปก่อนล่ะ เดี๋ยวพวกศัตรูจะจับได้ซะก่อน'

แหน่ะ ยังมีอย่างนี้อีก เมียผมนี่ความลับเยอะเหลือเกิน เอาเหอะ อย่างน้อยผมก็สบายใจล่ะนะ ที่มีลูกน้องมือหนึ่ง คอยให้ความช่วยเหลือผม และคอยตามรายงาน ข่าวคราวให้ผมตลอดเวลา แต่เมียผมก็ยังไม่หายเคือง

'หัวหน้าครับ ตอนนี้เมียของหัวหน้าสามารถช่วย ลูกสาวท่านประธานาธิบดีได้แล้วนะครับ' นาธานเอ่ยขึ้น ขณะแอบตามหลังเมียผม กับลูกสาวท่านนายก ซึ่งหล่อนก็ยังเดินตามหลังเมียผมต้อยๆๆๆ แต่พอเมียผมเผลอ เมื่อไหร่ ศัตรูก็จะจ้องจับตัว ลูกสาวนายกทันที เมียผมเป็นพวกขาลุย เลยไม่ค่อยกลัวอะไรง่าย ยิ่งตอนนี้ มีท้องลูกผม เมียก็ยังออกไปปฏิบัติหน้าที่ อยู่ ในช่วงที่ผมทราบข่าวว่าเมียติดเชื้อ จากไอ้หมู่บ้านเฮงซวย อะไรนั่นผมเริ่มเดือดเลยโทรไปต่อว่าเมีย ถึงที่โน่นทันที

'ที่รัก คุณคิดไงถึงเอาลูกผมไปเสี่ยงอันตรายด้วย ฮะ ตัวคุณติดไอ้เชื้อเฮงซวยนั่น ไม่พอดันโดนไปถึงลูกผม' ได้ทีผมรีบโวย ตอนเมียรับสาย ครั้งแรกคงนึกว่าเป็น อิงกริต แต่พอมาได้ยินเสียงผมแว๊ดมา ทางสายโทรศัพท์ เมียผมก็ปรี๊ด

'เอ๊ะ แกจะมาขึ้นเสียงอะไรใส่ฉัน คริส เรดฟีล'

'จะไม่ต่อว่าคุณได้ไง ก็คุณเป็นเมียผมนะ' ผมก็โมโหเป็นนะครับ ที่รัก ตอนนี้ผมทําอะไรไม่ได้ นอกจากจะภาวนาขอให้ เมียและลูกปลอดภัยอย่างเดียว ตอนนั้น ลีออนกับลูกในท้องเกือบตายเพราะติดเชื้อแต่โชคดีที่ไม่ร้ายแรงมาก

มาคราวนี้ผมไม่กล้าปล่อยให้เมียออกไป เจออันตรายเพียงลําพัง เพราะคราวนี้เมียผมอาจไม่โชคดีเหมือนคราวก่อน ใจจริงผมแอบบอกให้ ลูกน้องผมหายา ช่วยรักษาเมียกับลูกไว้ ดีที่เขาแอบลักลอบ เอาวัคซีนยาแก้มาให้ทันซะก่อน ที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

พอหลังจากนั้น ผมก็ไปช่วยเมีย ที่หมู่บ้านนั้น ด้วยกันกับ ทหารอีกหลายคน ซึ่งเมียกับลูกอลอดภัย และหลังจากนั้น ลีออนให้กําเนิดลูกชายผม ฮันเตอร์ เรดฟีล เคนเนดี้

แกเกิดในช่วงหลังจากที่ ลูกสาวท่านประธานาธิบดี สามารถกลับมาอย่างปลอดภัย หล่อนได้แต่ขอโทษขอโพย ที่เป็นต้นเหตุ ทําให้เมียผมไปเจอกับอันตราย เกือบเอาชีวิตไม่รอดผมมองเห็นเมียอุ้มลูก ในอ้อมแขนหลังให้กําเนิดฮันเตอร์ ไม่นาน แกยังนอนหลับสนิทหลังจากได้ กินนมแม่ ซึ่งตอนนี้ยังคงนอนหลับด้วยความเหนื่อย

ผมแอบเข้ามาเยี่ยมเมีย ในห้องนอน ซึ่งตอนนี้เป็นคราวของผม ที่ต้องมาดูแล ลีออน แต่ลูกน้อยของผมตอนนี้ โตเป็นหนุ่ม แกยิ่งโตยิ่งเหมือนแม่ มากกว่าผม และตอนนี้แกได้กลับมาอยู่กับพ่อแม่ อย่างเป็นทางการ แต่แกก็ห่วง เพื่อนอีก 2 คน

'หนูรอดมาได้ไงเนี่ย?' ผมถามฮันเตอร์ ด้วยความเป็นห่วง เพราะ เจ้าอัมเบรลล่า คงไม่ยอมปล่อยใครง่ายๆ

'น้าเอด้า แอบช่วยผม' ฮันเตอร์ตอบไปตามความจริง ซึ่ง เอด้าวอง เคยช่วยเมียผมหลายครั้ง แต่ด้วยความที่ลูกชายผม หน้าตาเหมือนเมียผม มาก นางเลยแอบๆ ช่วยลูกผม ตอนที่พวกนั้นเผลอ แต่ทว่า เจค กับแอชลี่ย์ ไม่ได้โชคดีเสมอ พวกเขายังไม่ถูกปล่อยตัว ลูกชายผมรีบโผเข้ามากอด ผมกับเมียทันที

'หนูรอดมาได้ก็ดีแล้วลูก' เมียผมยังคงกอด ลูกชายผม ด้วยความเป็นห่วง และจับตัวลูกผม

'แม่ฮะ แล้วพี่เจค กับพี่แอชลี่ย์ละฮะ'

'เจค?' ลีออนหันมามองหน้าผม

'เจค มูลเลอร์ ลูกชายของ อัลเบิร์ต เวสเคอร์น่ะเหรอ หมอนั่นมันมีภูมิต้านทาน ทีไวรัส และองค์กร อัมเบรลล่า ต้องการเลือกเขา เอาไว้เป็นวัคซีน' ผมรีบอธิบายทันที แต่เมียผมพอจะรู้เรื่อง เพราะเมียเป็นสายสืบ ของรัฐบาล

Resident Evil แฟนฟิค คู่ Leon K. X Chris R.

Hu

เรื่องนี้เป็นเพียง แฟนฟิคชั่น ไรเตอร์แต่งขึ้นเองโดยไม่แสวงผลกําไร

ผมชื่อ ฮันเตอร์ เรดฟีล เคนนีดี้ พ่อผมเป็นทหาร และแม่ทํางานเป็นเจ้าหน้าที่ สายลับ แม่ท้องผมตอนที่ออกไปทําภารกิจ ช่วยลูกสาวประธานาธิปบดี ที่ถูกลักพาตัวไป จากหมู่บ้านที่ติดเชื้อ แต่พ่อไม่เห็นด้วย เพราะแม่อุ้มท้องผมอยู่ ตอนแรกแม่ตกใจ คิดว่าตัวเองติดเชื้อไวรัส เลยไปหาหมอ เพราะแม่มีอาการแปลกๆ ทุกครั้งที่ได้กลิ่นอาหาร แม่จะเกิดอาการ คลื่นเหียน และบางครั้งรู้สึกวิงเวียนศรีษะ ตอนนั่งรถ เพื่อเดินทางไปที่หมู่บ้าน

แต่ด้วยความไม่แน่ใจ แม่ตัดสินใจไปหาหมอ เพื่อตรวจเช็คสุขภาพ ผลปรากฎออกมาว่า แม่ไม่ได้ติดเชื้อ จากภารกิจของรัฐบาล แต่แม่ท้อง 4 เดือน ตอนนั้นอาการแพ้ท้องเริ่มจะหายไป แต่หน้าท้องของแม่ยังคงแบนราบเหมือนเดิม แม่ยังรักษาหุ่น นํ้าหนักก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นหลังให้กําเนิดผม

ปัจจุบันผมอายุ 15 ปี ตอนแรกผมอยากเป็นทหารเหมือนพ่อผม คริส เรดฟีล แต่แม่ไม่เห็นด้วย เพราะตอนไป หมู่บ้านที่ติดเชื้อ ตอนนั้นแม่ผมก็โดนไปด้วย ผมเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะตอนนั้นผมยังอยู่ในท้องแม่

'แกโชคดีนะ ฮันเตอร์ ที่รอดมาได้' เจค มุลเลอร์เอ่ยขึ้น ขณะที่เรากําลังจะยิงเจ้าซอมบี้ ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

'ยังดีที่แม่ฉัน หาวิธีรักษาได้ ก่อนที่จะสายเกินไป' ผมยังคงยิงเจ้าซอมบี้อยู่ เจค มุลเลอร์ เพื่อนสนิทของผม เขาไม่เคยพูดถึงบิดาของเขาเลย ผมอิจฉาเขาตรงที่เขามีภูมิคุ้มกันโรคไวรัส ที พ่อของเขาคือ อัลเบิรต์ เวลเคอร์

'นายดูเหมือน เจ้าหน้าที่ ลีออน สก็อต เคเนดี้มากเลยนะ ฮันเตอร์'

'เจ้าหน้าที่ ลีออนเป็นแม่ฉัน' ผมตอบ เจค ในขณะที่กําลังใช้ ศิลปะป้องกันตัว สู้กับซอมบี้ ตอนนี้แม่อยู่กับพ่อ ส่วนผมก็อยู่กับพี่เจค สู้เจ้าซอมบี้ และก็ไปช่วยพี่ แอชลี่ ครั้งล่าสุดที่ผมคุยกับแม่ ทางโทรศัพท์มือถือ แม่ผมบอกว่า ท่านประธานาธิปบดีเสียชีวิตแล้ว ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไร แต่ผมรู้ว่าท่านประธานาธิปบดี กลายเป็นซอมบี้ แต่ผมก็ไม่รู้รายละเอียดอะไร

'ฮันเตอร์ อยู่ไหนแล้วลูก' พ่อผม คริสรีบถามทันที ที่เห็นหน้าผม ผ่านทาง เครื่องมือสื่อสาร

'ผมอยู่กับพี่เจค และพี่ แอชลี่ย์ฮะพ่อ'

'แกรีบออกไปจากที่นั่น เดี๋ยวนี้เลยนะ ฮันเตอร์' แม่ผมรีบบอกทันที ต่อให้พ่อแม่ผมไม่มีเวลาดูแลผม แต่พวกท่านก็เป็นห่วงผม ผมเลือกที่จะมาอยู่ในหน่วยงานพิเศษก็เพราะอย่างนี้แหล่ะ พ่อผมสูญเสียลูกน้องไปหลายคน แม่ผมก็พอๆกัน ตอนทําภารกิจที่รัสเซีย

พ่อกับแม่ ตอนนี้อยู่ที่โรงแรม แห่งหนึ่งที่ประเทศยุโรป เป็นโรงแรมห้าดาว แม่คงไม่อยากมีลูกอีกคน เพราะภารกิจของพวกเขาล้วนเสี่ยงภัยอันตราย หลังจากที่แม่คลอดผม แม่ไม่อยากมีลูกอีกเลย แต่พ่อยังอยากมีอีก

'ฉันว่า เราต้องรีบหนีออกไปจากที่นี่แล้วล่ะ' ผมหันไปพูดกับพี่เจค ตอนนี้ผมยังเป็นเจ้าหน้าที่ เหมือนคุณแม่ แต่แม่ไม่เห็นด้วยกับการที่ผมเลือกทํางาน สายนี้เป็นหลัก

'ไหนๆฉันก็เล่าให้นายฟังเรื่องพ่อฉันแล้ว ทําไมนายไม่บอกฉันเรื่องพ่อแม่นายล่ะ' พี่เจคถามผม ผมเลยเริ่มเล่าให้ฟังเรื่องพ่อแม่ ซึ่งพ่อผม คริส เรดฟีลเป็นพี่ชายของอาแคลร์ ส่วนแม่ผม ลีออน สก็อต เคเนดี้ เป็นเจ้าหน้าที่ ชาวอเมริกัน ครั้งแรกที่พ่อแม่ผม พบเจอกัน พวกเขาดูแปลกๆ พ่อผมจูบแม่ ตอนเมาเหล้า ซึ่งแม่ผมตอนนั้นก็แสดงอาการแปลกๆ เหมือนกําลังจะปกปิดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็คือแม่ผมเป็นเกย์ แต่ผมก็ไม่ได้รังเกียจ ที่รู้ว่าพ่อแม่ผมเป็นพวกรักร่วมเพศ พี่เจค และพี่ แอชลี่ย์ ก็ไม่ได้ว่าอะไร

'ไม่เป็นไรหรอก ฮันเตอร์ อย่าคิดมากเลย แม่ของหนู อุตสาห์เสี่ยงชีวิตตัวเอง เพื่อช่วยพี่จาก หมู่บ้านที่ติดเชื้อ'

ใช่ แม่ยอมทําภารกิจนี้ โดยที่ตอนนั้นแม่ท้องผม 4 เดือน ต่อให้เป็นงานเสี่ยงอันตรายมากแค่ไหน แม่ผมก็ยอม เพราะเป็นหน้าที่ของแม่ที่ต้องช่วยพี่แอชลี่ย์ ออกมาจากพวกลัทธิบ้าบอนั่น ตอนนี้พ่อไม่ไว้ใจ ที่จะปล่อยให้แม่ออกไปเสี่ยงภัย เพียงลําพัง

'แม่นายนี่อึดนะ ขนาดอุ้มท้องนาย 4 เดือนยังกล้าออกไปเสี่ยง ภัย' พี่เจคพูด พวกเขารู้ว่าพ่อแม่ผมเป็นใคร เพราะน้าเอด้า วองบอกพวกเขาหมดทุกอย่าง ผมก็ไม่มีอะไรจะปิดบังอยู่แล้วล่ะ เพราะพ่อแม่ผมก็ยังเป็นห่วงผมอยู่ดี แต่ที่แปลกคือ น้าเอด้า วองยอมปล่อยผมไป แต่น้าเอด้า จับตัวพี่แอชลี่ย์ กับพี่เจค ส่วนผมน่ะเหรอ กลับไปหาพ่อแม่ ที่ อังกฤษ

'ฮันเตอร์ ไม่เป็นไรใช่มั๊ยลูก' ทันทีที่แม่เห็นผม แม่รีบเข้ามาจับตัวผม เช็คดูว่าผมไม่เป็นอะไร ใช่ผมรอดตัวมาได้ อย่างหวุดหวิด พ่อผมนี่กอดผมแน่นมาก

'ผมบอกกี่ครั้งแล้วไง ลีออน อย่าให้ลูกไปทํางานเสี่ยงอันตรายอย่างนี้' พ่อผมหันไปเอ็ดแม่ ทันทีที่เราอยู่ไนห้องพักสวีท แม่ผมปรี๊ดทันที

'เอ๊ะ คริส มาโยนความผิดให้ฉันทําไม ฉันไม่ได้บังคับให้ลูก รับภารกิจนี้' ได้ทีแม่หันไปแว๊ดใส่พ่อ แต่มีเหรอว่าพ่อผมจะโมโห พ่อแค่หยอกแม่ เล่นๆ หลังเครียดจากงาน ผมไม่รู้หรอกนะ ว่า พี่เจค กับพี่แอชลี่ย์เป็นอย่างไรบ้าง รู้แต่ว่าตอนนี้ผมอยู่กับพ่อแม่ อย่างปลอดภัย

White Lotus (Viewfinder fanfiction)

                             Fei Long 

หมายเหตุ เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่น เป็นตอนต่อ ของ เฟยหลงหลังกลับ จากภารกิจลับที่ใต้หวัน เดินทางกลับฮ่องกง ด้วยกันกับ เต๋า แต่ก่อนกลับเขาได้ร่วมรัก กับยิป โดยที่เขาก็ไม่นึกมาก่อนว่า ตัวเองจะตั้งครรภ์ บุตรชายของยิป หลังเดินทางกลับมาฮ่องกง กับเต๋า แต่ตอนนั้นเขาก็ได้พบรักกับ เจ้าพ่อมาเฟีย หนุ่มใหญ่ วัย 40 จากญี่ปุ่น มาจิมะ เคย์จิ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ อาซามิ ริวอิจิ 

ปล เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่นนะจ๊ะ ไรเตอร์แต่งสนุกๆ ไม่แสวงผลกําไร 

    หลังเดินทางกลับฮ่องกง 3-4 เดือน ผมเริ่มมีอาการแพ้ท้อง อย่างหนัก นั่นคงเกิดขึ้นหลังจากที่ผม มีเซ็กส์กับ ยิป ตอนอยู่ใต้หวัน ทั้งๆที่เราสองคน ต่างแยกย้ายกันไป และผมก็ได้พบเจอกับ เจ้าพ่อมาเฟียแดนปลาดิบ มาจิมะ เคย์จิ ก่อนที่เราสองคนจะได้แต่งงานกัน 

    สําหรับอากิฮิโตะน่ะเหรอ รายนั้นเริ่มขาดการติดต่อไป อย่างยาวนาน จนกระทั่งมาเจอกันอีกครั้ง ก็ตอนที่ผมกําลังท้อง 6 เดือน 

‘เฟย นายหุ่นยังเพรียวเหมือนเดิมเลยนะ ขนาดท้อง 6 เดือน ว่าแต่ใครเป็นพ่อเด็กล่ะ?’ อากิฮิโตะ ถาม แต่ผมไม่ต้องการจะรื้อฟื้น ความทรงจําในอดีต เลยบอกปัดๆ ไปว่าเป็นลูกของ มาจิมะ เคย์จิ สามีคนปัจจุบัน ซึ่งเขาก็ยังอาศัยอยู่ที่ฮ่องกง ในบ้านของ บิดาบุญธรรม หลิว ต้า หลิน ซึ่งผมมักจะไปเคารพ ศพของท่านทุกครั้งที่เดินทางกลับ ฮ่องกง ผมยังคงสบมชุดคลุมท้องตอนอยู่บ้าน ไม่ค่อย อยากออกไปไหน 

‘อ่าวเหรอ ก็ดีสิเฟย ว่าแต่กําหนดคลอดเมื่อไหร่’ นั่นว่าแล้วเชียว ว่าหมอนี่ต้องตื่นเต้น สงสัยคงต้องเอาเรื่องนี้ไปบอก อาซามิ ริวอิจิแน่ๆ 

คิดว่าคงใกล้แล้วล่ะ ว่าแต่งานไปถึงไหนแล้วล่ะ อากิฮิโตะ?’ 

‘ก็เรื่อยๆ อ่ะครับ แล้วน้องเต๋าสบายดีมั๊ยครับ’ 

‘เต๋าเหรอ’ นั่นทําให้ผมย้อนนึกถึง ตอนอยู่ไต้หวัน แกเจอเรื่องร้ายๆ มาเยอะ พ่อแท้ๆของแกคิดอะไรของเขานะ ถึงกับจะทําร้าย ลูกแท้ๆของตัวเอง หยางซิ่ว ซึ่งเป็นลูกชายแท้ๆ ของ หลิว ต้า หลิน ดันฆ่าบิดาของเขาเอง 

‘เฟย ไม่เป็นไรนะ?’ 

‘ไม่มีอะไรหรอก’ ผมพยายามจะปิดบัง เรื่องส่วนตัว เพราะคงไม่มีใครอยากเอาเรื่องไม่ดีมาพูดหรอก ผมจ้องมองดูภาพ อุนตร้าซาว เห็นเจ้าทารก ตัวน้อยๆในภาพถ่าย ขาวดํา เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา มีศรีษะ แขนขาทั้ง สองข้าง ก่อนที่ผมจะตั้งครรภ์ ตอนอยู่ฮ่องกง ตอนนั้น ฝันถึงบิดาบุญธรรม มาเข้าฝัน แต่พอ ตื่นขึ้นมาตอนเช้า ก็เริ่มมีอาการแพ้ท้องอย่างหนัก 

‘ท่านเฟยหลง เป็นอะไรมากมั๊ยครับ’ เต๋าถามด้วยความเป็นห่วง แต่แกไม่ได้ เข้ามาพยุงตัว เหมือนทุกครั้ง แกลองเอามือไปอังหน้าผาก ‘ไม่มีไข้นี่นา’ 

‘ฉันสบายดี เต๋า’ ผมปฏิเสธ ก่อนจะค่อยๆลุก ขึ้นจากพื้น และเดินกลับไปนอนบนเตียง รู้สึกไม่ค่อยอยากกินข้าว เพราะทุกครั้งที่ได้กลิ่นอาหาร มักมีอาการคลื่นไส้ พะอืดพะอม จนต้องวิ่งเข้าห้องนํ้า อาเจียนออกมา 

‘ผมว่าท่านเฟยน่าจะไปหาหมอนะครับ’ เต๋ายังคงเป็นห่วงผม อย่าเดิม แต่แกก็ไม่ค่อยพูดมากเหมือนเมื่อก่อน ตอนนั้นก็ไม่คิดอะไรมาก เลยลองไปหาหมอ แต่พอหลังจากนั้นผมตกใจแทบช็อค เพราะไม่นึกว่าตัวเอง จะตั้งครรภ์ บุตรชายของ ยิป เพราะยิปเลือกที่จะออกจากองค์กร นี้ เขาไม่ทํางานให้กับ อาซามิ และเขาก็ไม่เลือกที่จะกลับฮ่องกง แต่ตอนนี้เราก็ขาดการติดต่อ หลังเหตุการณ์นั้น ป่านนี้แผลที่ไหล่ซ้ายของ นายคงหายดีแล้วสินะ แต่ที่ผมห่วงคือ ลูกชายของผมจะรู้มั๊ยนะ ว่าใครเป็นพ่อแท้ๆ ของแก สามีคนปัจจุบันของผมก็ไม่ใช่คนไม่ดี เขาคอยดูแลผมอย่างดี พอรู้ว่าผมมีอาการแพ้ท้อง เขาก็มักจะคอยเอาใจใส่ บางครั้งก็พาไปแนะนําให้คน ในครอบครัวรู้จัก 

‘เคย์จิ ฉันว่านายน่าจะหาคนที่ดีกว่านี้ได้นะ’ อาซามิเอ่ยขึ้น เขาคงมองผมเป็นศัตรูอยู่มั้ง 

‘ไม่เป็นไรหรอก อาซามิ ฉันชอบเฟยหลง มาแต่ไหนแต่ไรเเล้วล่ะ’ มาจิมะ เคย์จิ เอ่ยขึ้นและหันมามองหน้าผม ตอนนี้อาการแพ้ท้องเริ่มจะค่อยๆดีขึ้นมาบ้าง แต่ผมก็ไม่ได้นํ้าหนักขึ้น หุ่นยังเหมือนเดิม เขาเอื้อมมือมา โอบเอวบางของผม ระหว่างที่เราเดินทางกลับบ้าน 

‘เต๋า เฟยหลงอาการดีขึ้นมากมั๊ย?’ เคย์จิถามเต๋าด้วยความเป็นห่วง 

‘ก็ดีขึ้นบ้างครับ อีกไม่นานคงได้อุ้มน้องแล้วล่ะครับ’ เต๋ารายงานอย่างละเอียด หลังจากที่ผมกลับจากโรงพยาบาล มานอนพักผ่อนที่บ้าน ยิปจะรู้มั๊ยนะ ว่าเขากําลังจะได้เป็นพ่อในอีกไม่นาน 

Aquaman

                   Aquaman 

   

    ไม่มีใครรู้หรอกว่า Kal หายไปไหน นั่นเพราะผมบังเอิญไปลักพาตัวเขา มาเป็นเมียในโลกใต้บาดาล คาเอลตอนนี้กําลังนอนหลับ สบายอยู่บนเตียงในชุดนอนตัวบาง ที่สามารถมองเห็นเรือนร่างสวยงาม ราวกับเทพกรีก ใช่เขาเป็น Superman แต่พอสวมชุดนี้ทําให้มองเห็นร่างกายเปล่าเปลือย หมดทุกส่วน ตั้งแต่หัวนมสีชมพู ที่ตั้งชูชัน บนแผ่นอกแน่นตึง กับหน้าท้องแบนราบ ซิกแพ็ค และก็ตรงส่วนสงวนของร่างกาย ใช่เขาไม่ได้สวมกางเกงใน ตอนนั้นเขากําลังตามหาเหล่า ฮีโร่ที่หายสาปสูญโดยที่ไม่รู้ ตัวเลยว่าตัวเองดันหลงมาอยู่ ในถํ้าเสือ ผมเลยจับเขามาทําเมียซะเลย 

    บรูสคงคลั่งแทบแย่ เพราะเมียสุดที่รักของเขาอยู่กับผม ที่โลกใต้บาดาล ผมไม่คิดที่จะพันธนาการเขา แต่จ้องมอง ร่างงามน่าสัมผัสในขณะที่ผมค่อยๆปลดเปลื้องชุดนอนตัว บางของเขา ออกทีละนิด และค่อยๆประทับจูบบนเรือนผิวของเขา คาเอลเริ่มขยับตัว ก่อนจะเขยิบหนี แต่ผมกลับคร่อมทับร่างเขา และแหวกชุดนอนของเขาออก อ่าในที่สุด ผมได้มีโอกาสเชยชมเรือนร่าง งดงามของเขา เริ่มจลกประกบจูบบนริมฝีปาก และค่อยๆเลื่อนลงมาซุกไซร้ซอกคอ กับพรมจูบไปทั่วแผ่นอกแน่นตึงของ คาเอลก่อนจะก้มลงดูดหัวนมสีชมพู ของเขา ทั้งสองข้างอย่างกระหิวกระหาย 

‘อ่ะ บรูส อืม’ คาเอลครางเสียงหวาน ก่อนจะขยําเส้นผม บนศรีษะของผม ในขณะที่ผมกําลังดูดหัวนมข้างซ้ายของเขา ก่อนจะค่อยๆเลื่อนขึ้นมาประกบจูบ บนริมฝีปากและค่อยดูดหัวนมอีกข้าง คาเอลยังคงเอ่ยชื่อของ บรูสขณะปล่อยเสียงครางหวานหู ทั้งๆที่ตอนนี้เขากําลังมีอะไรกับผม แต่เขาเพิ่งจะให้กําเนิดลูกชายพนแรกของเขา กับบรูส สามีของเขา ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่กับผม ที่ใต้มหาสมุทร 

‘ปล่อยข้าไปเถอะ Aquaman คนอื่นๆต้องการพบเจอกับข้า’ คาเอลเอ่ยขึ้น ตอนนี้เรือนร่างของเรา เปลือยเปล่า ทั้งคู่ แต่ในเมื่อผมได้ครอบครอง ซุปเปอร์แมน มีเหรอว่าผมจะยอมปล่อยเขาไป ไม่มีทางหรอก 

‘เจ้าต้องเป็นเมียข้าก่อนสิ คาเอล’ ข้ากระซิบที่ข้างหู ของเขา และบีบตรงหัวนมของเขา ทั้งสองข้างที่เปียกชุ่มไปด้วยนํ้าลายเหนียวหนืดของผม คาเอล เริ่มรู้สึกแปลกๆ ผิวเนียนสวยของ คาเอลมันช่างทรมานใจผมเหลือเกิน มีเหรอที่ผมจะยอมปล่อยให้ เขาเป็นของบรู๊ส เชอะ ไม่มีทางหรอก 

‘เจ้าทําอย่างนี้ จะทําให้พวกฮีโร่เข้าใจผิด’ คาเอาเอ่ยขึ้น หลังจากที่ผมถอนจูบจากริมฝี ปากของเขา 

‘ทําไมเหรอ?’ ผมแกล้งถาม

‘พวกเขาคิดว่าข้าถูก ศัตรูจับตัวไป ข้าต้องไปแก้ไขสถานการณ์’ คาเอลเอ่ยขึ้น ในขณะที่เราสองคนกําลังร่วมรักกัน เขาแทบจะไม่ขัดขืน แต่เขาเริ่มงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าแอบๆเล็ง คาเอลไว้ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเล่นนํ้าทะเล ช่วงวันหยุดหน้าร้อนกับบรูส แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสจับคาดอลมาทําเมีย พอมาตอนนี้ข้าได้คาเอลมาเป็นเมีย กึไม่อยากปล่อยเขาไปหาสามี บนโลกมนุษย์ 

[fanfiction mortal kombat vs DC Universe] The darksider

[fanfiction mortal kombat vs DC Universe] The darksider

 

 

 

นิยายเรื่องนี้เป็น เเฟนฟิคชั่น ไรเตอร์ไม่ได้เเต่งเพื่อเเสวงผลกำไร ตัวละครในเนื้อเรื่อง เป็นตัวละครที่ยืมเขามา แต่บางตัวก็เเต่งเเทรกขึ้น อีกอย่างเรื่องนี้เป็นเเนว ชายรักชาย ใครรับไม่ได้ ก็กดตัวกากบาท ปิดไปได้เลยค่ะ

 

 

 

 

(Clark pov)

 

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ผมตื่นเช้าด้วยความรู้สึกสดชื่น เเต่ก็เปล่าเลยใช่ ผมกำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 7 เดือนกว่า สามีของผม บรูส เวย์น ก็ไม่ค่อยได้มานอนด้วยกัน ตั้งเเต่คืนที่เราสองคนได้เเต่งงานกัน สาเหตุนะเหรอ เพราะลูกในท้องของผม เป็นของบรูส เวย์น เจ้าของคฤหาสถ์หลังนี้ ตอนเเรกผมก็ไม่คิดจะผูกมัดกับเขา แต่เพราะผมมี โซ่สวาทสีทอง ที่คล้องเราสองคนไว้ด้วยกัน คืนนั้นในงานปาร์ตี้ ซึ่งผมกะจะมาสัมภาษณ์ นักธุรกิจหนุ่ม บรูส เวย์น แต่เเล้วบรูสชักชวนผมไปทานข้าวมื้อเย็นที่บ้านของเขา เพื่อที่ผมจะได้ เขียนบทสัมภาษณ์ของเขา ลงในนิตยาสาร แต่ทว่าคืนนั้นผมดื่มจนเมาอย่างหนัก เลยกลายเป็นว่า เราสองคน ต่างได้มีสัมพันธ์สวาทกันบนเตียง อย่างเร่าร้อน มันเป็นความทรงจำ ที่ผมไม่มีวันลืมเลือน จนกระทั่ง เช้าวันรุ่งขึ้น หลังเดินทางกลับมาบ้าน ที่อาพาร์ตเม้น ผมกลับรู้สึก ถึงสิ่งมีชีวิต ในท้อง

 

 

 

 

 

มันเป็นเด็กทารก เเรกเกิดซึ่งเป็นผลพลอยได้ ของผมกับบรูส ผมไม่คิดจะเอาเด็กออกหรอกนะ เพราะผมเคยสูญเสีย บิดาผู้เป็นที่รัก โจนาธาน เค้นท์ ถึงเเม้ว่าเขาจะไม่ใช่บิดาเเท้ๆของผม แต่เขาก็รักผมราวกับผมเป็นบุตรเเท้ๆของเขา สองสามีภรรยา มาร์ธา เค้นท์ กับ โจนาธาน เค้นท์ ซึ่งเป็นชาวไร่ชาวสวน จากเท็คซัส พวกเขาคอยดูเเลผมตั้งเเต่ผมเป็นเด็กทารก จนโตเป็นหนุ่ม คืนนั้นก่อนที่ผมจะตั้งครรภ์ ผมฝันถึง โจนาธาน เค้นท์ บิดาบุญธรรม มาบอกผมว่า ผมกำลังจะมีลูก พอผมถามว่า ใช่ โลอิส เลนหรือเปล่า ที่ตั้งครรภ์ พ่อผมกลับส่ายหัวไปมา เเล้วชี้มาทางผม อ่านั่นสิเนอะ เเต่ผมก็งงๆนะ เป็นไปได้ไง ว่าผมจะตั้งครรภ์ ผมเป็นผู้ชายนะ แต่พอผมตื่นจากความฝันประหลาด ผมก็เริ่มมีท้องทันที ตอนเเรกผมก็คิดว่าไม่น่าใช่ แต่ในเมื่อผมได้ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิต ตัวน้อยๆในท้อง ผมก็จะดูเเลเเกอย่างเต็มที่

 

 

 

 

 

 

มันไม่ใช่เรื่องเเปลกที่มนุษย์ ต่างดาวอย่างผม จะมีท้อง ทั้งๆที่เป็นผู้ชาย แต่ลูกผม คงไม่มีโอกาสได้พบ ตายาย จากดาวอีกดวงหนึ่ง เพราะพวกเขาเสียชีวิตไปเเล้ว อัลเฟรด พ่อบ้านวัยชรา ที่คอยดูเเล บรูส เวย์นตอนนี้ ก็ทำหน้าที่ดูเเล ผมกับลูกในท้อง ปรกติผมจะเเข็งเเรง เเละสามารถเหาะไปไหนมาไหนได้ เเต่ทว่าตอนนี้ผมกลับรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย นั่นคงเป็นเพราะผมตั้งครรภ์ นั่นเอง บางครั้งผมมักจะนอนหลับอยู่บนเตียง หรือไม่ก็ดื่มนมอุ่นๆในเเก้ว ที่อัลเฟรดเอามาเสริฟให้ ซึ่งเป็นน้ำนมสำหรับ มารดาตั้งครรภ์

 

 

 

 

“คุณหนูบอกให้คุณดื่มให้เยอะๆ จะได้สุขภาพเเข็งเเรง” อัลเฟรดเอ่ยขึ้น หัวนมของผมบวมมากกว่าครั้งก่อน ที่ผมยังไม่เคยมีสัมพันธ์สวาทกับบรูส บางทีผมมักจะรู้สึกคัน แต่บางทีก็รู้สึกปรกติ แต่วิธีคลอดบุตรของผม ก็คงเหมือนกับมนุษย์ทั่วไป ก็คือผมคงจะเบ่งออก ทางทวารหนัก ผมเลือกเเบบธรรมชาติเเทนที่จะใช้วิธีผ่าตัด มันคงง่ายกว่า เหมือนตอนที่มารดาของผม คลอดผมตอนที่ผมยังไม่เดินทาง มายังโลกมนุษย์

 

 

 

 

 

 

คืนนั้นผมยังคงนอนอยู่ในห้องเดียวกันกับ บรูส เวย์น ซึ่งตอนนี้สามีของผม กำลังวุ่นอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีจอมอนิเตอร์ หลายเครื่อง เขามักจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ ทำงานของเขา เพื่อช่วยโลกมนุษย์ ส่วนผมเพิ่งอาบน้ำ สวมชุดนอนเพรียวบาง ที่สามารถมองเห็นร่างเปล่าเปลือย ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง บรูส ยังจ้องมองผมตาไม่กระพริบ เขามองตั้งเเต่หน้าอกเเน่นตึง กับเจ้าเม็ดทับทิมที่อยู่บนอกสองเม็ด หลังจากที่เขาทำงานเสร็จ ผมเดินเข้ามานอนอยู่บนเตียงใหญ่ คิงไซท์

 

 

 

“นายเริ่มจะยั่วฉันล่ะสิ คล๊าก” บรูส เอ่ยขึ้น แต่ผมใส่ชุดนอนอยู่นะ ถึงเเม้ว่าจะดูเหมือนโป๊เปลือย นั่นเพราะผมไม่ใส่กางเกงใน เเกล้งจะยั่วสามีเล่นๆ ทั้งๆที่ยังนอนอยู่บนเตียง ข้าค่อยๆถอดเสื้อคลุมสีดำออก จนเผยให้เห็น เสื้อชุดนอนบางเบา มือข้าเริ่มลูบไล้ไปตาม ตัวค่อยๆปลดเปลื้องชุดนอนออกทีละชิ้น นั่นบรูส ยังจ้องตาไม่กระพริบ จนกระทั่งความอดทนของเขา หมดความสิ้นสุด เขารีบเข้ามารวบตัวข้า พร้อมกับประกบจูบบนริมฝีปากข้า อย่างหิวกระหาย บดขยี้ จนปากข้าบวมช้ำมือข้างหนึ่งของเขา ถอดเสื้อชุดนอนของข้า อย่างรีบร้อน โดยที่มืออีกข้างลูบไล้ไปตามร่างกายของข้า ซักพักเขาค่อยๆ ถอนจูบจากริมฝีปากของข้า เเละซุกไซร้ ซอกคอข้า

 

 

 

 

“ที่รัก นายมีเรื่องอะไรไม่สบายใจเหรอ สีหน้าเคร่งเครียดเชียว” ข้าถามเขา ในขณะที่สติของข้า เริ่มเลื่อนลอย ไม่เป็นตัวตนของตัวเอง บรูสไม่ตอบ เขาค่อยๆเลื่อนจูบ ลงมาที่กระดูกไหปร้า เเล้วค่อยพรมจูบบนเเผ่นอกเปลือยเปล่า ของข้าอย่างนุ่มนวล

 

 

 

 

“หัวนมของเจ้า เริ่มขยายใหญ่ขึ้นนะ ดูท่าเจ้าคงใกล้คลอดเต็มที” บรูสเอ่ยขึ้น ก่อนจะใช้ขบเม้มตรงยอดอกของข้า ดูดดุนจนกระทั่งหัวนมของข้า เริ่มเเข็งเป็นไต เเละเปียกชุมไปด้วยน้ำลาย ซักพักบรูส ค่อยๆเลื่อนลงมาจูบตรงหน้าท้อง เเบนราบของข้า เขาค่อยๆเเนบหูอยู่ตรงหน้าท้องของข้า เพื่อฟังเสียงหัวใจของลูกในท้อง เต้นเป็นจังหวะ “ตอนนี้นายอย่าเพิ่งไปไหนนะ คลาก รอจนกว่าลูกของเราโต เเล้วค่อยมากับฉัน”

 

 

บรูสยังคงออกคำสั่งตามเคย เขานุ่มนวลกับข้า ถึงเเม้ว่าคุณหมอบอกว่า ข้าสามารถ มีเพศสัมพันธ์ได้ในระหว่างที่กำลังตั้งครรภ์ เเละตอนนี้ข้าก็กำลังจะได้ร่วมบรรเลงบทเพลงรักด้วยกันกับ บรูส เวย์น ลูกข้าไม่เป็นอะไรมาก แต่อีกไม่นานคงจะใกล้ถึงเวลาที่ข้าจะได้คลอดลูกซักที

 

 

 

 

 

 

 

Takahashi Sakito

              

ภาพ ทาคาฮาชิ ซากิโตะ น้องชายฝาแฝด ของ Kenshi Takahashi ตั้งใจว่าจะให้เป็นแฟนกับ Fujin เทพลม เอิ๊กๆ 

          Takahashi Sakito 

        ผมไม่นึกว่าตัวเองจะมีหลานชาย เพราะผมก็ไม่ค่อยสนิทสนม กับพี่เคนชิ แต่เราได้มีโอกาสมาพบเจอกันก็ตอนที่ พี่เคนชิตั้งครรภ์อ่อนๆ ซึ่งเด็กทารกในท้องพี่เคนชิเป็นลูกชายของไรเดน เทพเจ้าสายฟ้า ผมก็ไม่รู้ว่าท่านไรเดน ไปทําอีท่าไหนถึงไปเสกเด็กเข้าท้องพี่เคนชิ แต่ทว่าพี่เคนชิ เจอกับอุปสรรค์ นั่นคือพี่เคนชิ มีลูกชายอีกคน ทาคาฮาชิ ทาเคดะ ที่รอดตายจากการตามไล่ล่า ของพวกสมาชิค red dragon โอตายห่าล่ะตู คราวนี้ผมคงมาดวงซวยไปด้วย 

       แต่พี่เคนชิกลับดูกระวนกระวายใจ เพราะตอนนี้พี่เคนชิมีลูกชาย 2 คน ทาเคดะ กับทารกในครรภ์ แต่ทาเคดะเป็นบุตรชายคนแรก ที่เกิดจากเมียเก่าพี่เคนชิ พี่สะใภ้ผม สุจินต์ แต่หล่อนเสียชีวิตแล้วเหลือลูกชายหนึ่งคน ทาเคดะ 

‘พี่จะทําไงดี ซากิโตะ?’ พี่เคนชิถามผม ผมก็ไม่ทราบ เหมือนกัน พี่เคนชิไม่รู้ว่าตัวเองมีลูกชาย ทาเคดะ เพราะตอนที่พี่เคนชิแยกทางกับพี่สุจินต์ พี่เคนชิคงนึกไม่ถึงว่าหล่อนจะมีบุตรชาย กับเขา อีกอย่างพี่เคนชิไม่สามารถอยู่สถานที่เป็นหลักเป็นแหล่งเพราะ พี่ชายของผม มักจะชอบออกเดินทาง เพนจร ไปไหนมาไหนเอง ผมเห็นพี่เริ่มกังวลใจ และผมก็อ่านใจพี่ออก เลยเข้ามาปลอบใจพี่ 

‘ไม่ต้องห่วงพี่เคนชิ ผมจะจัดการให้เอง พี่กําลังท้องกําลังไส้มันจะไม่ดีกับ ลูกในท้องพี่นะ’ ผมเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเดินทางไปรับทาเคดะ เพื่อที่เขาจะได้รู้จักกับบิดาของเขา 

   หลังจากนั้นไม่นาน ทาเคดะก็เริ่มจะได้รู้จักกับพ่อแท้ๆ ของเขา เคนชิ ก่อนจะถามพี่เคนชิว่าผมควรจะ ทําอย่างไร หลานชายของผมจะไม่ประสบพบเจอ ชะตากรรมอย่างแม่เขา 

‘พาเขาไปหาเพื่อนพี่ ฮันโซ ฮาซาชิ ที่เทือกเขา หิมาลัย สํานักชิไร ริว’ พี่เคนชิรีบ บอกผมทันทีที่นึกได้ 

‘แต่เขายังเด็กอยู่เลยนะพี่ แม่เขาเพิ่งเสียชีวิต พี่เคนชิคิดว่าถ้าส่งไปให้ อยู่กับเพื่อนพี่ ฮันโซ ฮาซาชิจะดีเหรอพี่ หลานเขาไม่ค่อยรู้จักกับเพื่อนพี่นะ’ ผมเริ่มเป็นห่วง ทาเคดะ หลานชายของผม ที่เอาแต่ร้องไห้งอแงหาแม่อย่างเดียว ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง ให้เขาเข้าใจว่าแม่เขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ อีกอย่างผมก็กลัวเหลือเกินว่า ฮันโซ เวลาโมโห เขาอาจทุบตี ทําร้ายหลานผมจนปางตาย โธ่ โธ่ 

 ‘ฮันโซ ฮาซาชิไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นหรอก ซากิโตะ ไม่งั้นพี่ไม่ยอมแน่’ พี่เคนชิ อ่านใจผมออก เขารีบบอกผมทันที งั้นแสดงว่าพี่ผมคงสนิทกับฮันโซ ฮาซาชิจริงๆ โอเค งั้นผมไม่กวนพี่และ 

   วันนั้นพวกผม ตัดสินใจจะพาหลานชาย ไปให้เพื่อนพี่ผม ฮันโซ ฮาซาชิดูแล และสอนวิชาต่อสู้ ฮันโซเป็นคนที่ดูดุ แต่จริงๆเขาเป็นคนใจดี ผมเลยเป็นห่วงหลานชายผม ที่เสียแม่ตอนอายุ 5 ขวบแกคงต้องเจออุปสรรค์ อีกเยอะ พี่ผมเป็นห่วงหลานชาย กลัวว่าแกจะไปแก้แค้นคนที่ฆ่าแม่ของแกโดยที่แกยังไม่มีทักษะพื้นฐานวิชาการต่อสู้ โอเค พี่ผมคงตัดสินใจถูกแล้วล่ะ ผมได้แต่คอยปลอบใจหลานผม ตลอดเวลาการเดินทาง ว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะผมก็จะมาเยี่ยมเยียนแกทุกครั้ง เพราะพี่เคนชิคงต้องไปทําธุระส่วนตัวต่อ 

#mkyaoi #mortalkombatx #raiden #kenshi

Mortal Kombat X fanfiction Kiss of Thunder Version Thai

เรื่องนี้เป็น เกมส์มิ่ง เเฟนฟิคชั่นนะจ๊ะ ตัวละครบางตัว ไรเตอร์ เเอบเเต่งเเทรกขึ้น ซึ่งไม่มีอยู่ในเกมส์ เราไม่ได้เป็นเจ้าของเรื่องนะจ๊ะ แต่เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นของ Ed Boon

 

 

เพราะฉะนั้นเราจะเเต่ง ตามจินตนาการของเราเองอ่ะ

 

Takahashi Akira

 

 

 

ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าตัวเองมีพี่ชาย ซึ่งก็คือ ทาคาฮาชิ ทาเคดะ มารดาของเขา เป็นคนไทย ชื่อ สุชิน แต่หล่อนได้เสียชีวิต โดยที่บิดา ผู้ให้กำเนิดผม เคนชิ ไม่รู้ว่าตัวเขามีลูก ทั้งๆที่พวกเขาสองคนได้ ห่างเหินกันมานาน หลายปี แต่ผมก็เพิ่งจะมาทราบก็ตอนที่ผม อายุ 16 ปีนี่เเหล่ะ ว่าผมมีพี่ชาย ที่อายุห่างกันหลายปี ตอนเเรก พี่ชายของผม ทาเคดะก็ไม่ได้ ดีเดอ อะไรกับผมนัก เพียงเพราะ ผมเป็นบุตรชายของ ท่าน ลอร์ด ไรเดน เเละ บิดาที่ให้กำเนิดผม ก็คือ เคนชิ

 

 

 

 

พี่ชายของผม ได้ถูกส่งไปอยู่ใน สำนัก ชิไร ริวที่อยู่บนเทือกเขา หิมาลัย โดยที่ เพื่อนของพ่อผม ฮันโซ ฮาซาชิ Scorpion ในร่างมนุษย์ ดูเเล เเละสอนวิชาการต่อสู้ให้เขา ส่วนผมน่ะเหรอ ก็มีพ่อเเท้ๆของผม สองคน คอยพร่ำสอนวิชาต่อสู้ให้ ก็คือ ไรเดน กับ เคนชิ เเต่ตอนนั้น เคนชิก็ไม่ค่อยว่าง เพราะเขาต้องไปตามสืบหาข้อมูล เเละตามล่าคนที่พรากชีวิต ของสุจินไป

 

 

 

 

ตั้งเเต่ผมจำความได้ ครั้งเเรก ผมถูกส่งมาอยู่ ที่ Sky Temple ซึ่งตอนนั้น คังเลา กับ ลิว เเคง ยังไม่ได้ถูก เจ้าพ่อมดหมอผี เจ้าเล่ห์อย่าง ควานชิ ชุบชีวิต พวกเขาสองคน ก็คอยสอน วิชาต่อสู้ที่พวกเขา ร่ำเรียนมา ให้ผมอีกเหมือนกัน ผมรู้ทั้งวิธี เปิดประตูทะลุ มิติ เเละก็ วิชาการต่อสู้ แต่การใช้เวทย์มนตร์ ไม่ใช่อะไรที่ฝึกเเค่วันเดียวก็เป็นเลย ต้องใช้เวลานานหลายปี บิดาของผมคนหนึ่ง เป็นเทพเจ้าสายฟ้า มาจาก มิติ Outworld เเละบิดาคนที่ให้กำเนิดผม มาจาก Earthrealm ซึ่ง ตอนนั้น พ่อผม Raiden ก็เจอปัญหาของตัวเอง ซึ่งมาจากพี่ชายของเขา ชาวคาน

 

 

 

 

คุงจิน เป็นเพื่อนสนิทของผม ในวัยเด็ก ซึ่งเราสองคน มักจะสนิทสนม กันราวกับเพื่อนซี้ ที่ตัวติดกัน เเละผมรู้ว่าเขา มีความลับบางอย่าง อยู่ในใจ นั่นก็คือ คุงจินเป็นพวก ที่ชอบไม้ป่าเดียวกัน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาถูกส่งตัวมาอยู่ที่นี่ ด้วยกันกับญาติของเขา คุงเลา

 

 

 

 

 

เเละผมเริ่มจะมาเจอพี่ชาย อีกคนของผม ทาเคดะ ก็ตอนที่เราอยู่ในหน่วย Special Force เเละจุดประสงค์ของพี่ชาย เเละพ่อของผม ก็เพื่อตามล่า Red Dragon และผู้ที่ฆ่า แม่ของพี่ ทาเคดะ และนั่นทำให้เราได้ทำงานร่วมกัน เพื่อวางเเผนจัดการกับ ชินน็อคกับ พรรคพวกเขาเขา ที่เดินทางมาจาก Outworld แต่ก็ใช่ว่าพวก Outworld จะเลวร้ายกันหมด เพราะผมเพิ่งจะรู้จักกับ Krishna และ Raphael เพื่อนสนิทของผมจากต่างเเดน Krishna เป็นชาวเอดิเนี่ยน เหมือนกับ เจ้าหญิง คิตาน่า เเต่ Krishna ได้ตัดสินใจเดินทาง มาที่นี่ ด้วยกันกับ ธัญญา เเละ เรน การที่ผมได้ ร่วมเดินทาง ด้วยกันกับ ท่านนายพล ซอนญ่า เบลด ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เพราะผมก็ได้มีโอกาสที่จะติดต่อ กันกับ Krishna และ Raphael โดยที่พวกเขา จะคอยส่งข่าวคราว เกี่ยวกับ Outworld ให้ผม ได้รับรู้ Raphael เป็นลูกครึ่ง Tarkatan ทาร์คาทาน เพราะฉะนั้น เขามักจะสวมหน้ากาก ปกป้องใบหน้าของตัวเองครึ่งนึง เนื่องจากเขา จะมีฟัน เเหลมๆ ตรงเเก้ม เหมือน มิลีน่า

 

 

 

“เอาล่ะ อากิระ นายมีข่าวคราว อะไรเกี่ยวกับ Outworld บ้าง ฉันจะได้ไปบอกเเม่ของฉัน” เเคสซี่ เคจ ถามผม เเละผมก็ได้บอก หล่อนเกี่ยวกับ จักรพรรดิ์ โคโท คาล Kotal Kahn ที่ได้ตำเเหน่งเป็นจักรพรรดิ์หลังจากที่ ชาวคาน เสียชีวิต และตอนนี้ พวกเขาก็ได้เเบ่งพรรคเเบ่งพวก เป็นสอง ฝ่าย โดยที่ เจ๊ มิลีน่า ซึ่งหล่อนเชื่อเสมอว่า เป็นบุตรสาวของ ชาวคาน เเต่ก็เปล่าเลย หล่อนเป็นตัวโคลน ที่ได้มาจาก เจ้าหญิง คิตาน่า บุตรสาวบุญธรรม ของ ท่านจักรพรรดิ์ ชาวคาน ผสมกันกับ สายเลือด ทาร์คาทาน

 

 

 

“และก็ ตอนนี้ เจ้า เครื่องลาง Shinnox Amulet ก็อยู่กับหล่อน เเละตอนนี้ จักรพรรดิ์ Kotal Kahn เลยไม่สามารถทำอะไรหล่อนได้ เเละนี่ก็เป็นโอกาสทองของพวกเรา ที่จะพยายามพูดจาโน้มน้าว ให้ จักรพรรดิ์ โคโทล ไว้ใจเรา เเละพวกเราก็จะเอา เจ้า Shinnox Amulet มา” ผมรีบรายงานหล่อน อีกครั้ง ซึ่งเเคสซี่ ก็รับฟัง เรียบร้อย ก่อนที่จะไปรายงานให้มารดา ของหล่อนได้รับทราบ ผมมองพี่ ทาเคดะ เหมือนพี่ยังคงไม่ยอมรับผม ว่าเป็นน้องชายอีกคนของเขา แต่ทำไงได้ บางทีอาจไม่ใช่ความผิดของผมด้วยซ้ำ ที่เกิดมา เเต่มารดาของพี่ชายผม ได้เสียชีวิตไปนานเเล้ว เเละ พ่อผมก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกว่า เขาจะสามารถ รับใครบางคนเข้ามาในชีวิต ของเขา ซึ่งคนๆนั้นก็คือ ท่านลอร์ด ไรเดน

 

 

 

 

 

“พี่ทาเคดะ ผมไม่ได้ตั้งใจจะ เเย่งพ่อไปจากพี่หรอกนะ ผมอยากให้พี่รู้ไว้อย่างนึง ไม่ว่าพี่จะคิดยังไง ผมก็ยังรักพี่อยู่นะ” ผมส่งโทรจิต ไปสื่อสารกับเขา ได้ผล พี่ทาเคดะ หันมามองหน้าผม แต่ก็ไม่ได้โกรธ เกลียดอะไรผมหรอกนะ

 

 

 

 

 

“พี่ไม่ได้เกลียดนาย อากิระ แต่พี่ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะพี่ก็ไม่รู้ว่าตัวเอง มีน้องชายอีกคน” พี่ทาเคดะ เอ่ยขึ้นตามความคิดของตัวเอง “บิดาของพี่ ได้อธิบายทุกอย่างให้พี่ฟังหมดเเล้วล่ะ อากิระ อย่าคิดมากเลย พี่เข้าใจ บางทีพ่อของพี่ควรที่จะ รับรักใครบางคน เนื่องจากเเม่พี่ก็เสียชีวิตไปนานเเล้ว แต่พี่ไม่ค่อยจะผูกพันธ์กับพ่อ ไม่เหมือนนาย”

 

 

 

“โธ่ พี่อย่าพูดอย่างนั้นสิ ยังไง พ่อก็ยังเป็นห่วงพี่นะ เพราะถ้าพ่อไม่รักพี่จริง ป่านนี้พี่เป็นไงก็ยังไม่รู้เลย” ผมพยายามจะปลอบใจพี่ เเต่มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เพราะฉะนั้นผมคงต้องปล่อยให้มัน ผ่านไปเอง แต่พี่ทาเคดะไม่ได้โกรธเกลียดผม ซึ่งนั่นก็ต่างกันกับที่ผมเเอบคิดในใจ

 

 

 

 

[Cavfleck fanfiction] the black sea (Ben Affleck x Henry Cavill)

ในเเฟนฟิคเรื่องนี้ เฮนรี่ เป็น Merman นะ

[Cavfleck fanfiction] the black sea (Ben Affleck x Henry Cavill)

ฟิคนี้ เป็นเรื่องที่เเต่งขึ้น ตามจินตนาการของผู้เขียน บุคคลที่ปรากฏในเรื่อง ไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง กับเนื้อเรื่องแต่อย่างใด

เรื่องนี้ “ชายรักชาย” รับไม่ได้กดปิด

ติดตามฟิคอื่นๆ ได้ที่เเท็ก #Benry

(Ben Pov)

ครั้งเเรก ที่ได้เดินทางคมนาคม ทางน้ำ เนื่องจากในสมัยนั้น ยังไม่มีเครื่องบิน เเละผมเป็น โจรสลัด เเละก็มีพลังเวทย์มนตร์ ไม่ค่อยเหมือนมนุษย์คนอื่นๆ เวลาที่ผมต้องการจะปล้นเรือลำไหน ผมมักจะวางเเผนไว้ก่อน ซึ่งผมมีลูกเรือหลายคน ที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน หลายคน โจรสลัดไม่ได้เป็นเเค่พวกชาวบ้านธรรมดาๆ เเต่พวกเขา เคยเป็นทหารมาก่อน ไม่งั้นพวกเขา คงไม่รู้วิธีการวางเเผน สู้รบ เเละปล้นเรือสินค้า อะไรทำนองนั้นหรอก

ผมเป็นกัปตันฮุ๊ค เหมือนในหนังสือนิทาน เรื่อง ปีเตอร์ เเพน เเต่ทว่าผมไม่ได้จะมาล่า ปีเตอร์ เเพนเหมือนในนิทานหรอกนะ ผมเเค่จะมาตามหา เมอร์เเมน ซึ่งผมต้องการน้ำตาของพวกเขา มาเป็นส่วนผสมพิเศษ สำหรับปรุงยา สำหรับทำยาอายุวัฒนะ เเละพวก เมอร์เเมน เป็นตัวละคร ในเทพนิยาย ที่จะไม่มีวันเเก่เฒ่า อย่างเช่นมนุษย์ ธรรมดาๆ ทั่วไป พวกเขาจะเป็นหนุ่มไปตลอดกาล

ระหว่างการเดินทางในครั้งนี้ เราต้องฝ่าฟันกับอุปสรรค์ อย่างสภาพอากาศเเปรปรวน เเละคลื่นน้ำทะเล ที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง โชคดีที่ว่า ผมเคยเป็นอดีตนายทหารเรือ มาก่อน เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้ เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่ บางครั้งผมก็เดินทางไปยัง เกาะ คาริบเบี้ยน เเละหลายๆที่ ที่มีการค้าขายสิ้นค้า ร้านเหล้า โสเภณี เเต่สำหรับผม ผมอยากเดินทางไป โรมัน ที่นั่นมีทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ผมต้องการ แต่ทว่าการเดินทาง ไปยังเมืองลับเเล เเห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ สำหรับพวกเมอร์เเมน ขณะที่ผมกำลัง นั่งอยู่ในห้องทำงานของผม ซึ่งเป็นห้องกัปตัน บนโต๊ะมีเเผนที่ เเละวงเวียน ซึ่งผมต้องวางเเผนการเดินทาง ล่าสมบัติ ทรัพย์สิน เงินทอง ในครั้งนี้ด้วย ลูกเรือของผม มีบางคนเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ไม่ได้มีเวทย์มนตร์ เหมือนผม

ทันใดนั้นเอง ผมได้ยินเสียงลูกเรือ ของผม เรียกผมมาบนเรือ ผมรีบเดินขึ้นบันได จากห้องพักของผม ขึ้นไปข้างบน ทุกๆคนจ้องมองดู ชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ติดอยู่ในเเห เขาดูเหมือนมนุษย์หมดทุกอย่าง เพียงเเต่ตรงขาของเขา เป็นหางปลา เอนี่เเปลกๆเเฮะ เมอร์เเมนมีตัวตนจริงๆเหรอ? แต่เขาเป็นชายหนุ่มที่งดงาม ดูเหมือนอายุประมาณ 24-25 ปี เขามีหุ่นล่ำ เเต่ทันที ที่เขานอนอยู่บนพื้นเรือ ตรงขาท่อนล่างของเขา ที่เป็นหางปลา ค่อยๆกลายเป็นขาของมนุษย์ เขาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า อ๋อ ใช่อย่างน้อยเราก็ได้เจ้าเงือกหนุ่มมาเเล้ว เเต่เอ เมอร์เเมนปรกติจะไม่ได้ดูเหมือนมนุษย์นี่นา พวกเขาจะดูเหมือน ปลาเเละมีดวงตาเเปลกๆ เเต่นี่ เขาไม่ได้ดูเหมือนในนิทาน แต่ดูเหมือนกับมนุษย์อย่างพวกผม เขามีผมสีดำสั้น กับมีกล้ามเนื้อ ท่อนเเขน เเละเอวสอบ เขาค่อยๆลืมตา ตื่นขึ้นมา พร้อมกับยันตัว ลุกขึ้น ทีละนิด

“เฮ้ย มันสวยด้วย ลาบปากฉันล่ะทีนี้” Corner เอ่ยขึ้น พร้อมกับทำท่าเลียริมฝีปาก นั่นยิ่งทำให้ ชายหนุ่มร่างเปลือยถึงกับกระเถิบ ถอยหลัง พร้อมกับใช้ท่อนเเขนปกปิดเรือนร่าง สวยงามของตัวเอง ที่ดูราวกับรูปปั้นเเกะสลัก นัยน์ตาของเขา เป็นสีฟ้าน้ำทะเล

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำอะไรนายหรอกนะ” ผมพยายาม ปลอบใจเงือกหนุ่ม ก่อนที่เขาจะขวัญหนีกระเจิงไปหมด เเต่เขาก็ไม่ได้กลัว จนถึงกับตัวสั่นเป็นลูกนก ผมค่อยๆถอดชุดเเจ็คเก็ตสีดำ ออกมาห่มร่างของเขา เเละค่อยๆพยุงร่างเขาให้ลุกขึ้นเดิน เเต่ไม่ทันไร เขากลับล้มเเผละ ลงนั่งอยู่บนพื้น “เดินได้มั๊ย หืม”

ชายหนุ่ม ส่ายหน้านิดๆ ผมเลยอุ้มร่างเขา ราวกับเจ้าหญิง เเละพาเขาเข้าไปที่ห้องนอนของผม ที่ข้อมือของเขา เป็นกำไล ไข่มุกสีขาว เรืองเเสง ผมใช้ผ้าขนหนูเช็ดผม เเละเช็ดตัวให้เขา พร้อมกับอุ้มเขาลงนอนบนเตียง ที่ห้องนอนของผม ก่อนที่ผมจะออกจากห้องนอน อีกครั้ง

“ไมเคิล นายมีชุดอะไรให้เขายืมใส่ก่อนมั๊ย” ผม ถามลูกเรือของผม ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ เขาเองก็ไม่ปฏิเสธ คำสั่งของผม เพราะผมเป็นกัปตันเรือ

“ผมมีขอรับท่าน กัปตัน เบน เเต่มันคงจะเล็กไปหน่อย” ไมเคิลเอ่ย ตอบผม พร้อมกับพาผมไปที่ห้อง เสื้อผ้า ที่ห้องนอน ของพวกเขา “บางที ทอม ฮิดเดลสตัน อาจมีชุดสำลองให้เขาใส่ได้บ้าง”

“ไม่เป็นไร เอาเท่าที่มีอยู่ก็พอ อีกไม่นานเราคงต้องไป เดินทางที่เกาะเเห่งหนึ่ง เพื่อหาร้าน เสื้อผ้าให้เขา อย่างน้อยเงินที่เราได้มา ในหีบสมบัติ คงจะได้เอามาใช้” ผมรีบเอ่ยข้อเสนอเเนะ ให้ลูกเรือ คนอื่นๆ ซึ่งพวกเขาก็เห็นด้วย กับคำเเนะนำของผม

“งั้นกัปตันเอาเสื้อของผม ไปให้เขาใส่ก่อนก็ได้ครับ” ทอมหยิบเสื้อผ้า ของตัวเอง ที่เอามาเผื่อการเดินทางครั้งนี้ ให้ผม ซึ่งผมก็รับมันมา ก่อนที่จะเอ่ยขอบคุณ เเละเดินกลับเข้าห้องพัก กัปตัน ที่อยู่ข้างใน แต่เอ กำไลข้อมือไข่มุก ที่ข้อมือข้างซ้ายของเด็กหนุ่ม มันดูไม่ค่อยเหมือนที่ไหน เพราะมันสามารถเรืองเเสง เเละเปลี่ยนสีได้ ในตอนกลางคืน ผมสงสัยว่า เด็กหนุ่มคนนี้ มาจากไหน พรุ่งนี้คงต้องสอบถามอย่างละเอียดยิบล่ะ คราวนี้