Gyro Zeppeli

Gyro Zeppeli

อายุ 23 ปี

นักศึกษาหนุ่ม ชาวอิตาเลี่ยน ซึ่งเรียนเรื่องราวเกี่ยวกับ วรรณคดี ที่ประเทศอเมริกา เขาเป็นเพื่อนสนิท ของ นิโคลัส พี่ชายของโจนี่ แล้วเขาได้มีโอกาส ได้รู้จักกับ Marcus บิดาของ โจนี่ แล้วก็ โจนี่ โจสตาร์ แต่ทว่าเขาต้องละทิ้งความฝันของตัวเอง เนื่องจาก เขาได้แต่งงานกับ พ่อของโจนี่ เขาจำอะไรไม่ได้ เกี่ยวกับเรื่องราวของ ตัวเองในอดีตชาติ ซึ่งโจนี่ ได้เล่าให้เขาฟัง ตอนที่เขาไปเยี่ยมโจนี่ ที่โรงพยาบาล บางครั้ง ตอนที่เขาจากบ้านเกิดมานาน หลายปี ทำให้เขารู้สึกคิดถึงบ้าน เวลาที่ได้ขี่ม้า มองไร่สวนองุ่น ของมาร์คัส สามีของเขา

Advertisements

Johny Joestar

Johny Joestar

อายุ 19 ปี

เป็นคนอเมริกัน โจนี่ สามารถ มองเห็นเรื่องราวในอดีตชาติ ในความฝันของเขา ซึ่งไปกระตุ้นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาอยากขี่ม้า เขาเลยตัดสินใจจะเข้าร่วมในโครงการ นี้โดยเฉพาะ แต่เนื่องจาก อุบัติเหตุ ทางรถยนต์ทำให้ แกสูญเสียมารดาของเขา ผู้เป็นที่รัก แล้วแกก็ต้องนั่งรถเข็น แต่ทว่าคุณหมอบอกว่า แกจะสามารถเดินได้อีกครั้ง ก็ตาเมื่อแกมาฝึกกายภาพบำบัด ด้วยการใช้ไม้คำ้เดิน ซึ่งก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก แต่ทว่าเหมือนโชคร้ายกลายเป็นดี เพราะหลังจากที่ บิดาของเขา Marcus ที่สูญเสีย ภรรยา ไปจากอุบัติเหตุ ทางรถยนต์ ได้แต่งงานกับ นักศึกษาหนุ่มรูปงาม ชาวอิตาเลี่ยน Gyro Zeppeli ซึ่งในอดีตชาติ เคยเป็นชายคนรักของโจนี่ ที่เสียชีวิต แล้วโจนี่ ได้อธิฐาน ขอให้ได้พบเจอ กับไจโร่ อีกครั้ง

แต่ทว่า ไจโร่ในชาตินี้ ได้ลืมเรื่องราวใน อดีตชาติไปหมด หลังจากที่ได้เกิดใหม่ ในชาตินี้

Texas Lone Ranger

เรื่องย่อ

โจนี่ โจสตาร์ ในยุค ปี 2018 แกเป็นบุตรชายของ Marcus ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านการขี่ม้า แล้วก็ มีฟาร์ม ผลิตพวก ม้าสายพันธุ์ที่ดี แล้วสามารถชนะการแข่งขันได้ ใฝ่ฝันอยากเป็นหนึ่งใน นักขี่ม้า ที่โด่งดัง เหมือนพี่ชายของเขา Nicolas เนื่องจาก เขามักจะฝันเห็นตัวเองในอดีตชาติ ที่เป็นนักแข่งม้า ในสตีล บอล รัน แต่ทว่าเป็นเพราะ เขาได้ประสบอุบัติเหตุ ตอนอายุ 17 ปี ซึ่งเขาได้สูญเสียมารดาของเขา ทำให้เขาต้องนั่งรถเข็น แต่อาการของเขา สามารถรักษาให้หายได้ ถ้าเขาฝึกเดินด้วยการใช้ไม้เท้า ค้ำไว้ แต่ทว่าจากโชคร้าย กลายเป็นดี หลังจากที่ บิดาของเขา ได้แต่งงานใหม่ กับ Gyro Zeppeli เนื่องจาก Gyro ทำให้เขานึกถึง Elizabeth ภรรยาสุดที่รักของเขา ที่เสียชีวิต ในอุบัติเหตุ เมื่อ 2 ปีก่อน

Texas Lone Ranger

เป็นแฟนฟิค ของ steel ball run นะจ๊ะ แต่อันนี้ ไรท์เตอร์ แต่งตามจินตนาการของตัวเอง และก็ เรื่องนี้เป็นแนว ชาย รัก ชายนะจ๊ะ ไม่ชอบก็กดกากบาท ไปได้เลย

เรื่องย่อ

โจนี่ โจสตาร์ ในยุค ปี 2018 แกเป็นบุตรชายของ Marcus ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านการขี่ม้า แล้วก็ มีฟาร์ม ผลิตพวก ม้าสายพันธุ์ที่ดี แล้วสามารถชนะการแข่งขันได้ ใฝ่ฝันอยากเป็นหนึ่งใน นักขี่ม้า ที่โด่งดัง เหมือนพี่ชายของเขา Nicolas เนื่องจาก เขามักจะฝันเห็นตัวเองในอดีตชาติ ที่เป็นนักแข่งม้า ในสตีล บอล รัน แต่ทว่าเป็นเพราะ เขาได้ประสบอุบัติเหตุ ตอนอายุ 17 ปี ซึ่งเขาได้สูญเสียมารดาของเขา ทำให้เขาต้องนั่งรถเข็น แต่อาการของเขา สามารถรักษาให้หายได้ ถ้าเขาฝึกเดินด้วยการใช้ไม้เท้า ค้ำไว้ แต่ทว่าจากโชคร้าย กลายเป็นดี หลังจากที่ บิดาของเขา ได้แต่งงานใหม่ กับ Gyro Zeppeli เนื่องจาก Gyro ทำให้เขานึกถึง Elizabeth ภรรยาสุดที่รักของเขา ที่เสียชีวิต ในอุบัติเหตุ เมื่อ 2 ปีก่อน

Mikhail

Mikhail

ตัวละครตัวนี้ ไม่มีในเรื่อง Jojo นะ ไรท์เตอร์ มโนเอง

บิดาของผม ก็คือ Dio Brando และมารดาของผม โนริอากิ คะเคียวอิน พอผมอายุ ครบ 6 ขวบ คุณพ่อของผมได้ส่งคุณแม่ให้ไปฆ่า คุณโจทาโร่ คุโจ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมกังวล แต่ผมเป็นห่วงคุณแม่ เพราะผมเห็นภาพในนิมิต ว่าคุณแม่ของผม จะสู้กับคุณพ่อ ตอนเจอกัน ที่ Egypt Kairo และผม ผูกพันกับคุณแม่ มาตั้งแต่ผมเป็นเด็ก คุณแม่ไม่คิดจะฆ่าผม ตอนที่ผมยังอยู่ในท้องแม่

คุณแม่คลอดผม ในห้องนอนของ คุณพ่อ พวกเขาสองคนนอนในห้องเดียวกัน แต่พอหลังจากที่ คุณน้าโจทาโร่ ดึงเจ้า ก้อนเนื้อหน้าตาเหมือน แมงมุม ที่ฝังอยู่บนหัวคุณแม่ออก ผมไม่แน่ใจว่า คุณแม่จะจำผมได้หรือเปล่า แต่มีอย่างนึง ที่คุณแม่จำได้ไม่เคยลืม คือ ตอนที่คุณแม่ตั้งครรภ์ 5 เดือน ผมจำคุณแม่ได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ผมไม่ยอมให้คุณพ่อฆ่าคุณแม่ผมแน่ๆ

พอผมได้ทราบข่างเรื่องการเดินทาง ของคุณแม่ และพรรคพวกของ คุณโจสตาร์ ผมเลยแอบลักลอบ เข้าไปในเรือ ที่คุณแม่และพรรคพวก เดินทาง ตอนนั้นผมเลยโดนจับได้ก่อน คุณแม่ยังนอนอาบแดด โดยสวมชุด นักเรียนชายสีเขียว กับคุณโจทาโร่ ผมรู้เพราะเอกลักษณ์ของ คุณโจทาโร่ แกใส่ชุดนักเรียน และหมวก สีดำ กับเสื้อ Overcoat สีเดียวกัน และกางเกงขายาว แต่แกสวมเสื้อกล้าม สีเทา

‘คุณแม่ครับ ถ้าคุณแม่จะไปตามล่าคุณพ่อ ผมของร่วมทีมกับคุณแม่นะครับ’ ผมตะโกนเรียกคุณแม่ทันที

‘ว่าไงเจ้าหนู แอบขึ้นเรือมาอย่างนี้ ผิดกฎนะ รู้มั๊ย’ เจ้ากัปตันเรือเอ่ยขึ้น

‘ปล่อมผมนะ คุณน้าโจทาโร่ ผมรู้ว่า คุณน้าเดินทางมาไล่ล่า ดิโอเพราะคุณน้าจะช่วยคุณแม่ ของคุณน้า ผมมานี่ก็เพราะจะมาช่วยคุณแม่ผม’ ผมตะโกนเสียงดัง จนคุณน้าโจทาโร่ได้ยิน ตอนแรกป๋าโจสตาร์ ถามผมว่า รู้จักดิโอมั๊ย ผมก็บอกว่า แกเป็นพ่อผม ตอนแรก แกจะจับผมโยนออกจากเรือ พอผมบอก คุณโจทาโร่ ว่าผมมานี่เพื่อช่วยแม่ผม เหมือนที่แกเดินทาง มาไล่ล่าคุณพ่อผม เพราะแกจะมาช่วยแม่แก

‘แล้วทำไมหนูไม่กลับไปหาพ่อหนูล่ะ มาหาลุงทำไม?’

‘ผมจะมาช่วยแม่ และคุณแม่ก็อยู่ด้วยกันกับคุณลุง’ ผมบอกคุณโจสตาร์

‘คนไหนล่ะ คุณแม่ของหนู?’ โปนาเรฟถามผม แกยังไม่เชื่อผม 100%

‘คะเคียวอิน โนริอากิ คือคุณแม่ของผม’ ผมเอ่ยขึ้น คุณแม่สะดุ้ง ตอนที่ทุกคนหันมามองคุณแม่

‘จริงเหรอ คะเคียวอิน? นายมีลูกด้วยกันกับดิโอเหรอ?’ โจทาโร่ถาม คุณแม่ ซึ่งคุณแม่ไม่ปฏิเสธ ตอนแรกคุณแม่ เหมือนจะเบลอๆ เพราะ น้าโจทาโร่ ดึงเจ้าก้อนเนื้อรูปแมงมุม ออกจากศรีษะของคุณแม่ เพราะฉะนั้นคุณแม่ก็จำได้ไม่หมด แต่คุณแม่ไม่ลืมผม ที่เป็นลูกแท้ๆ ของเขาเลย

‘ฉันรู้ตั้งนานแล้วล่ะ โจทาโร่ เพื่อนฉัน อเลสแตร์ คราวลี่บอกฉันหลังจากตามสืบเรื่องราวของ ดิโอ’ คุณโจสตาร์ เอ่ยขึ้น ‘แต่เราก็ยังต้องให้คะเคียวอิน มาอยู่ด้วยกันกับเรา’

‘อ่าวแล้วเจ้าหนูคนนี้ล่ะ?’ โปนาเรฟถาม คุณโจสตาร์

‘ได้โปรด อย่าส่งผมกลับไปหาคุณพ่อเลยนะครับ คุณพ่อเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเดิม’ ผมได้บอกคุณโจสตาร์ ‘ผมรู้สึกปลอดภัยถ้าอยู่กับ คุณแม่’

หลังจากนั้นพวกเขาปรึกษากัน จนสุดท้าย คุณแม่ตัดสินใจ ที่จะให้ผมร่วมทีม หลังจากที่ผมโชว์ตัวแสตนด์ของผม ออกมา ให้ทุกคนเห็น ตัวแสตนด์ของผม จะดูเหมือนคุณแม่ ซึ่งก็คือ ตัว ไพ่สังฆราช แต่จะมีสีทองเหมือนคุณพ่อ ผมมักจะเลือกใช้พลังของคุณแม่

‘จริงด้วยแฮะ ตัวแสตนด์ของแกดูเหมือน กับคะเคียวอินนะ แต่เป็นสีทองอ่ะ’ อัปดุลเอ่ยขึ้น หลังจากที่มองเห็นตัวแสตนด์ของผม และทรงผม ของผมก็ดันไปเหมือนกับคุณแม่ แต่ผมเป็นสีทอง และผมใส่ต่างหู ลูกตุ้มสีทอง แบบห้อยต่องแต่ง

‘เอ่อจะว่าไป พ่อหนุ่มน้อยคนนี้ก็ดูเหมือน คะเคียวอินสมัยเด็กๆนะ แต่ผมแกเป็นสีทอง’ คุณน้าโจทาโร่เอ่ยขึ้น พวกเขาเคยรู้จักกันสมัยเด็ก ‘นี่เจ้าหนู รู้อะไรเกี่ยวกับดิโอบ้าง?’

‘ผมบอกตอนนี้คงไม่เหมาะหรอกฮะ เพราะคุณพ่อผม ไม่ไว้ใจใคร แม้แต่คนใกล้ตัวของคุณพ่อ แต่ผมมั่นใจว่า คุณพ่อต้องหาคน ที่มีพลังแสตนด์ เพื่อจะเอาตัวคุณแม่ กลับมาให้ได้’ ผมบอกคุณน้าโจทาโร่ ผมรู้ว่าคุณแม่ตอนนี้หมดรักคุณพ่อไปนานแล้ว หลังจากที่คุณแม่รู้ตัวว่าโดนหลอกใช้ ปั่นหัวให้มาฆ่าคุณน้าโจทาโร่

‘เรื่องนั้น น้าทำใจได้แล้วล่ะ แต่คุณตาโจสตาร์ แกก็ไม่ไว้ใจใครเหมือนกัน แล้วหนูเป็นลูกชายแท้ๆของดิโอ แกก็ยิ่งไม่ไว้ใจใหญ่ แต่ในเมื่อหนูไม่ยอมกลับไป พวกน้าเลยลำบากใจ’ คุณโจทาโร่บอกผม แกหยิบบุหรี่มาจุดสูบ เพื่อคลายเครียด

‘เอางี้ หนูมาอยู่กับลุงไปก่อนก็แล้วกัน เผื่อลุงอาจรู้จักใครบางคน ที่จะดูแลหนูได้ โอเคมั๊ย?’ คุณโจสตาร์บอกผม ซึ่งผมก็ตกลง แต่ผมไม่อยากเสียแม่ผมไป เพราะในศึกสงคราม หลังจากที่คุณแม่โดนคุณพ่อฆ่าตาย คุณน้าโจทาโร่ก็จะฆ่าพ่อผมตายด้วยเหมือนกัน ผมก็จะกลายเป็นเด็กกำพร้า เพราะพ่อแม่ผมตาย ในสงคราม ผมยอมเสียพ่อไป และมาอยู่กับคุณแม่ ดีกว่า

‘เอางั้นเลยเหรอ คุณโจสตาร์?’

‘แล้วจะให้ฉันทำไงล่ะ เจ้าหนูน้อยแกติดแม่’ คุณโจสตาร์เอ่ยขึ้น

‘ว่าแต่หนูชื่ออะไรล่ะ?’

‘Mikhail’

‘โอเค มิคาอิล แกมาอยู่กับลุงก่อนก็ได้ นะ’ คุณโจสตาร์เอ่ยขึ้น

ผมยังจำได้เลย ตอนนั้นที่ผมโดนจับโยนลงเรือ คุณโจทาโร่ มาช่วยผมไว้ แกเป็นคนที่นิสัยดี ถึงแม้ภายนอกแกจะดูเย็นชา และดุๆ แต่จริงๆ แกเป็นคนที่มีจิตใจดี แกเป็นห่วงคนรอบข้าง และร่วมมือถึงที่สุด แกถามผมว่า รู้เรื่องแม่แกได้ไง ผมก็บอกไปตามความจริงว่า คุณพ่อ เคยวางแผนจะใช้พลังทำให้ คุณแม่ของแกป่วย

‘เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมมั่นใจว่า คุณพ่อต้องส่งคนมาเล่นงานผมแน่ๆ เพราะถ้าผมพูดอะไรมากเกินกว่า นี้ ไม่แน่คุณพ่ออาจหาคนมาฆ่าผมก็ได้’ ผมรีบบอกคุณโจทาโร่ ซึ่งแกพอจะรู้นิสัยของตาดิโอ ผมรู้ว่าพ่อผมไม่ใช่คนที่ดี ในสายตาผม คุณพ่อไม่ค่อยสนใจผมหรอก เพราะคุณพ่อผมยังไงก็คงไม่คิดจะไว้ชีวิตผม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ไม่เหมือนคุณแม่ ที่ต่อให้ ความทรงจำบางส่วนของคุณแม่ ขาดหายไป แต่คุณแม่ก็ยังรักผมอยู่ดี

พอเดินทางถึง สิงกาโปร์ ผมตัดสินใจนอนพักกับ คุณแม่และน้าโจทาโร่ สาเหตุที่คุณแม่เลือกนอนกับ คุณน้าโจทาโร่ เพราะพวกเขาเป็นนักเรียนโรงเรียนชั้นเดียวกัน และผมก็รู้สึกอุ่นใจ ที่ได้นอนกับคุณแม่ ส่วน ลุงโจสตาร์ นอนกับ ตาคราวลี่ย์ และ อัปดุลนอนกับ โปนาเรฟ จะว่าผมเป็นเด็กติดแม่ก็ไม่เชิง เพราะผมไม่ค่อยจะสนิทสนมกับคุณพ่อ เพราะคุณแม่คอยดูแลผม มาตั้งแต่เล็ก จนโต เมื่อตอนที่ผมเป็นเด็กทารก ผมก็ดูดนมแม่ จนอิ่ม แม่ก็จะนอนกอดผม ทุกครั้ง พอผมฝันร้าย แม่ก็จะเข้ามาปลอบผม ทุกครั้ง ผมเลย ใกล้ชิดกับคุณแม่มากกว่าคุณพ่อ

A change of fate

อันนี้เป็นนิยาย แฟนฟิค จากการ์ตูนโจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ซึ่งไม่ได้มีเนื้อหา เกี่ยวข้องกับทางต้นฉบับ (มันคือการมโนเองของผู้เขียนล้วนๆ) เลยทั้งสิ้น และนิยายเรื่องนี้เป็นแนว Yaoi ก็คือ ชายรักชายนะคะ ใครไม่ชอบ รับไม่ได้ กดX มุมขวาบนปิดทิ้งไปซะ ฉะนั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะ

อีกอย่าง ตัวละครในเนื้อเรื่องไม่ได้เป็นของไรท์นะ ไรท์เตอร์ไปยืมเขามา นอกจาก ตัวละครที่แต่งแทรกเข้าไป ซึ่งไม่มีในเรื่อง

โดยรวม ไรท์เตอร์มักแต่งคู่ของ โจทาโร่ x คะเคียวอินมากกว่าคู่อื่น เพราะส่วนตัวเชียร์JK (Jotakak)

ฟิคเรื่องนี้แต่งเพื่อความบันเทิง ไม่แสวงผลกำไร

โจโจ้ไม่ใช่ การ์ตูนแนววายนะจ๊ะ แต่สาวๆ มโนติ่งกันเอาเอง

Dio

หลังจากที่ข้า ได้ คะเคียวอินมาเป็นภรรยาอีกคน น่าจะเป็น คนที่ 4 เมียคนนี้เป็นเมียคนที่ สวยมากๆ แต่ไม่ใช่เพราะความงดงามบนใบหน้าของ เขาอย่างเดียวที่ทำให้ข้าหลงรัก แต่ข้าสนิทกันกับเขา เมื่อตอนที่เขา เดินทางมาที่อียิปต์ ด้วยกันกับครอบครัว ข้ามองแล้วรู้สึกถึง พลังแสตนด์ของเขา เลยเลือกเขามาเป็นภรรยา ข้ารู้ว่าเขาเป็นผู้ชายแต่เรื่องการผสมพันธ์ุ และทำให้เขาตั้งครรภ์ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับข้า หลังจากที่ เราได้ออกเดตกัน หลายครั้ง

ครั้งล่าสุด ตอนที่ข้าร่วมรักกันกับ คะเคียวอิน บนเตียงในห้องนอน ข้าได้ เสกเด็ก เข้าไปในท้องของเขา หลังจากร่วมรักกัน มากกว่า 3 ครั้ง คราวนี้ได้ผล คะเคียวอินตั้งครรภ์ ตอนนั้นพ่อแม่เขาไม่เห็นด้วย ที่ข้าจะเอา ลูกชายพวกเขามาเป็นภรรยา แต่ทว่า บุตรชายของข้า ที่อยู่ในท้อง ของคะเคียวอิน โตเร็วกว่าเด็กทารก ทั่วไป เพราะฉะนั้นพวกเขา เลยไม่กล้าปฏิเสธ ข้อเสนอของข้า พวกเขาเลย ยอมให้ คะเคียวอิน แต่งงานกับข้า

‘คะเคียวอิน หลังจากที่เจ้า คลอดบุตรชายของข้า เจ้าจะยอมทำตามคำร้องขอ ของข้าได้มั๊ย?’ ข้าถามคะเคียวอิน ในขณะที่เขา นอนซบบนอกของข้า มือเรียวสัมผัสแผ่นอกของข้า และปลายนิ้วของเขา กำลังสะกิด ยอดอกสีชมพูอ่อน ของข้าเล่น

‘ทุกสิ่ง ทุกอย่างที่ท่านปรารถนา ที่รัก’ คะเคียวอินเอ่ยขึ้น ในขณะที่ข้ากำลัง ลูบไล้บนหน้าท้องที่นูนขึ้น ตอนนี้คะเคียวอิน ท้อง 6 เดือน ข้าเริ่มรู้สึกถึง เจ้าทารกตัวน้อย ที่อยู่ในท้องมารดา แกค่อนข้างจะซุกซน บางทีแกก็ถีบแรง แม่ของแกอายุ ยังน้อย น่าจะประมาณ 16 17 ปี แต่เขาเป็น ผู้ชายที่งดงามมาก ครั้งแรก ที่ข้าแนะนำ คะเคียวอิน ให้รู้จักกับแขกรับเชิญ ที่เข้ามาในบ้าน บาทหลวงPucci แกก็ไม่ว่าอะไร เพียงแต่บอกข้า ว่าข้าโชคดีที่ได้ เมียสวย แต่เมียข้ามีพลังไม่ธรรมดา เพราะเป็นคนใช้แสตนด์ ไม่ค่อยเหมือน แม่ของเจ้าหนู โจรูโน่ โจบาน่า ซึ่งเป็นแค่คนธรรมดา ไม่ได้มีพลังแสตนด์ แต่คะเคียวอิน จะรู้ใจข้า เพราะเราเพิ่ง แต่งงานกันไม่นาน ข้าเอาเขามาเป็น ภรรยาอีกคน เพราะอยากได้ ทายาทเพิ่ม

หลังจากที่ บุตรชายของข้า Mikhail เริ่ม อายุ 6 ขวบข้าได้ใช้แม่แก ให้ไปสังหาร โจทาโร่ คุโจ ซึ่งตอนนั้น จ้าได้ฝังเจ้าก้อนเนื้อหน้าตาเหมือนแมงมุม ไปฝังบนหัวเมียข้า โดยที่ตอนนั้นเขากำลัง นอนหลับในอ้อมแขนของข้า หลังจากได้มีสัมพันธ์ทางกาย กัน

‘ข้ายอมทำทุกอย่าง เพื่อท่านดิโอ’ คะเคียวอินเอ่ยขึ้น หลังจากที่ริมฝีปากของเรา สองคนประกบกัน

Jotaro 3

Jotaro 3

ย้อนไป เมื่อ 15 ปีก่อน ตอนนั้นผมนั่งอยู่ในรถพยาบาล ด้วยหันหับ คุณตาของผม โจเซฟ โจสตาร์ ที่นอนอยู่บนเตียง ในขณะที่บุรุษพยาบาล พยายามจะช่วยชีวิตเขา ผมแปลกใจที่เห็นคะเคียวอิน มานั่งด้วยกันกับ ชายหนุ่ม ชาวอิตาเลี่ยน ที่อายุเท่ากับคุณตาผมแต่ที่ท้องของ คะเคียวอิน ไม่มีรอยแผลที่เป็นรู โหว๋ แต่มันกลับนูนขึ้นนิดนึง คุณตาของผมโจเซฟ ฟื้นขึ้นมา เพราะ เจ้า star platinum ได้ใช้มือเข้าไปกระตุ้นหัวใจของแก ให้ฟื้นขึ้นมา พอแกฟื้นขึ้นมา ผมเกือบจะอัดแกเพราะคิดว่าเจ้าดิโอ เข้าไปสิงร่างแก แต่ก็เปล่า

‘คะเคียวอิน ลูกในท้องของนายยังมีชีวิตอยู่นะ’ คุณตาผมเอ่ยขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะหน้าท้อง ที่นูนขึ้นมา นิดๆ ‘ดูแลเหลนฉันให้ดีๆนะ คะเคียวอิน นายกำลังจะเป็นคุณแม่ของเหลนฉัน’

คะเคียวอินไม่ปฏิเสธแต่อย่างใด ผมได้แต่มองเขาผ่านทางใบหน้า ของเขา อืมเขาเป็นผู้ชายที่สวยมาก ถึงแม้ว่าตอนนี้ จะไม่มีรอยเลือด กับรอยแผล และที่ท้องเขาก็ไม่ได้เป็นรูกลวง แต่ กลับเป็นหน้าท้อง ที่นูนขึ้นมานิดๆ เขากำลังตั้งครรภ์ ทั้งที่อยู่ในสงคราม ดุเดือดกับ ดิโอ ซึ่งเคยเป็นผัวของเขา ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่หมอนี่มันจะส่งเมียมัน ให้มาฆ่าผม

กลับมา ตอนหลังจาก 17 ปีให้หลัง ตอนนั้นเขาก็อยู่ด้วยกันกับ แอนโทนิโอ และลูกชายแท้ๆของผม แกเลือกที่จะไปอยู่กับคุณแม่ แท้ๆของแก ส่วนผมน่ะเหรอ ตอนนี้ก็แต่งงาน มีลูกสาว 1 คน ชื่อโจลีน แกไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า มีพี่ชายต่างมารดา อยู่ที่อิตาลี่ แถม คะเคียวอิน ตอนนี้ก็กำลังท้องลูกแฝด ซึ่งก็เป็นบุตร ของตาแอนโทนิโอ นั่นเอง หมอนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ เขามักจะพก เลือดปีศาจมาดื่ม แต่ที่แปลกคือ แกเลือกที่จะช่วย คะเคียวอิน ซะส่วนใหญ่ ผมก็เหมือนกัน และเลือดปีศาจทำให้แกมีพละ กำลัง ตาดิโอมักจะเรียกแกว่า แวมไพร์ แต่แกไม่ใช่ แกเป็นพวกเผ่าพันธุ์เดียวกันกับ ดิโอ แต่แกเลือกอยู่ฝ่ายพวกผม

แกดูเหมือนมนุษย์หมดทุกอย่าง แต่ตาของแกเป็นสีแดง กับมีผม สีขาวอยู่ตรงกลาง แกบอกว่า แกสามารถชุบชีวิตเฉพาะ คนที่ใช้ตัวแสตนด์ได้ อย่างเดียว คนธรรมดา ที่ไม่ใช้แสตนด์ แกจะชุบชีวิตให้ไม่ได้ ใบหน้าแกไม่มีริ้วรอย แกดูเหมือนคนหนุ่ม ทั้งที่เขาก็เกิดปีเดียวกันกับคุณตาของผม แต่ใบหน้าแก ยังดูเหมือน อายุ 20 ต้นๆ วันนั้นตอนที่พวกผม มาทำงาน ด้วยกันกับแก คะเคียวอินก็มาด้วย แต่เขาคงมาเป็นเพื่อนคุณตาของผม โจเซฟ โจสตาร์ เพราะ ตอนนี้ เขาเริ่ม ท้อง ประมาณ 7 เดือน

‘นี่โจทาโร่ ฉันได้ยินว่าแกหย่าขาดกับเมียแล้วไม่ใช่รึ ทำไม ไม่แต่งกับ คะเคียวอินล่ะ เขาสวยกว่าเมียนายตั้งเยอะ’ คุณตาของผม โจเซฟ ถามด้วยความสงสัย ใช่ผมหย่ากับภรรยา เนื่องจาก เราไม่ค่อยมีเวลาให้กัน ผมแทบจะไม่มีเวลาให้ลูกสาวของตัวเอง แต่มันจะดีเหรอ คะเคียวอิน ก็เพิ่งจะตั้งครรภ์กับสามี ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงกำหนด คลอดเต็มที แต่เวลาที่คุยกับเขา นี่ผมกลับคุยได้ทุกเรื่อง ราวกับว่าเขาเข้าใจผม เราต่างก็เคยเจอเหตุการณ์เหมือนกัน แถมคุณตาผมโจเซฟ ยังชอบคะเคียวอิน อีกต่างหาก ที่แท้เหตุผลที่แกตั้งใจ จะให้เพื่อนแก ไปชุบชีวิตคะเคียวอิน ก็เพราะแกอยากให้เหลนของแก ได้อยู่ด้วยกันกับพ่อแม่ แต่คะเคียวอิน ดันเลือกที่จะไปเป็นเมีย ของตาแอนโทนิโอ ซึ่งเป็นมนุษย์กึ่งปีศาจ ไหงเป็นงั้นฟะ?

‘นายเข้าไปคุยกับเขาสิ โจทาโร่’ คุณแอนโทนิโอพยายามจะคะยั้นคะยอให้ผม ไปคุยกับภรรยาคนสวยของแก ที่ตอนนี้กำลังตั้งครรภ์7 เดือนกว่าๆ คงใกล้คลอดเต็มที

‘แอนโทนิโอ แกคิดอะไรของแกกันแน่ นั่นเมียนายนะ’

‘คะเคียวอินน่ะเหรอ ฉันดูออก เขายังรักนายอยู่’ แอนโทนิโอ เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเขา ดูไม่ค่อยเจ็บปวด ต่อให้ตอนนี้คะเคียวอิน อุ้มท้องลูกเขา แต่มีเหรอ ที่ปีศาจอย่างเขา จะอ่านใจมนุษย์ไม่ออก แกมองผมพร้อมกับพูดว่า ‘ต่อให้ฉันรับปากกับ ตาโจาธานว่าจะดูแลคะเคียวอิน แต่ ฉันรู้ว่า นายกับเขาเป็นเนื้อคู่กัน ยังไงมันไม่สามารถที่จะฝืนดวงชะตาได้หรอกนะ’

ตอนนี้ผมเลยกลายมาเป็น พ่อลูกเดี่ยว เพราะผมเพิ่งหย่าขาดกับภรรยา เจ้าโจลีนก็ไม่ได้ทำเป็นหูหนวกตาบอดหรอก แกรู้อยู่แล้วว่าผมรัก คะเคียวอิน เพราะผมมักจะเก็บต่างหู ของเขา มาไว้ติดตัว หลังจากที่รู้ว่า เราสองคน คงรักกันไม่ได้

‘พ่อฮะ ทำไมพ่อไม่เลือกเส้นทางของตัวเองล่ะ หนูดูออกนะ ว่าพ่อรักคะเคียวอิน มากกว่าคุณแม่’ โจลีนถามผม คืนนั้น ผมเพิ่งจะได้กลับมาเยี่ยมแก เป็นครั้งคราว เพราะผมงานเยอะ

‘แกจะให้พ่อ แม่แยกทางกันรึ? แล้วใครจะดูแลหนูล่ะ? หนูยังเล็กอยู่นะ’ ผมถามแก ด้วยึวามสงสัย

‘ก็พ่อ เอาแต่ดูรูป พ่อหนุ่มคนที่ผมแดง หน้าสวยๆคนนั้นตลอดเวลานี่นา ดูเหมือนพ่อจะรักเขานะ หนูน่ะไม่เป็นไรหรอก เอาที่พ่อมีความสุขก็พอ’ แกเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอนส่วนตัวของแก พ่อหนุ่มผมแดง คนนั้นที่แกพูดถึงก็คือ คะเคียวอินนี่แหล่ะ และแกก็เพอ่งเคยเจอเขา ตอนที่เขามาเยี่ยมผม ที่บ้านด้วยกันกับ ตา แอนโทนิโอ ซึ่งเป็นสามี ตอนนั้นเขากำลังตั้งครรภ์ 5 เดือน เขามองผมด้วยรอยยิ้ม ท่าทางเป็นมิตร เมียผมก็เอาใจใส่พวกเขาซะอย่างดี ราวกับว่าพวกเขาเป็นแขก ที่มาเยี่ยมผม หล่อนยังให้คำแนะนำ ที่ดีให้กับ พวกเขาสองคน ผัวเมีย

และโจลีนมักจะได้ ของเล่น ซึ่งเป็นตุ๊กตา ตัวแสตนด์ของเขา กับ ของผม ตอนที่แกอายุ 5 ขวบ ผมนึกย้อนไปเมื่อประมาณ 4-5 เดือนก่อน ถึงแม้ภายนอกผมอาจดูมีความสุข ที่อยู่ด้วยกันกับลูกเมีย แต่จริงๆแล้ว มันตรงกันข้าม ผมไม่สามารถรักษาชีวิตคู่ของ เราสองคนได้ ผมเลยหย่าขาดกับเมีย ตอนนี้เลยกลายเป็นผม ต้องมาดูแล ลูกสาววัย 19 ขวบเพียงลำพัง

‘ฉันดีใจ ที่รู้ว่านายมีความสุขนะ โจทาโร่’ คะเคียวอิน บอกผม ตอนที่เราอยู่บนเรือของ speed Wagon

‘งั้นเหรอ เปล่าเลย ฉันกับเมีย ตัดสินใจกันมานาน หลายปีแล้ว ว่าเราจะแยกทางกัน’ ผมบอกเขา

‘จริงเหรอ โจทาโร่ แล้วโจลีนล่ะ?’

‘ไม่ต้องห่วงลูกสาวฉันหรอก แกดูแลตัวเองได้ นายคงใกล้คลอดแล้วสินะ’ ผมโอบเอวเขา ไว้ เหมือนกับเมื่อหลายปีก่อน ที่เราเดินทางไปไล่ล่า ดิโอด้วยกัน

‘อืม คงอีกไม่นานหรอกนะ โจทาโร่ ลูกฉันเริ่มจะแข็งแกร่งมากขึ้น แกโตไว’ คะเคียวอิน ลูบหน้าท้องตัวเอง เบาๆ ก่อนจะมอง วิวทิวทัศน์ ภายนอก เหมือนตอนที่เรานั่งเรือ เดินทางไป สิงกาโปร์ จนตอนนี้ผ่านมาหลายปี เขาก็ยังคงดูเหมือนอายุเท่าเดิม ไม่เปลี่ยน ราวกับหยุดเวลาไปอยู่ ตอนที่เราเริ่ม เดินทางไปทริป ที่อียิปต์ ไคโร ผมก้มลงจุมพิตบนริมฝีปากเขา อย่างนุ่มนวล ด้วยความรัก ก่อนจะค่อยๆ ถอนจูบออกมา

ตอนของหนูน้อย ทาโร่

ตอน ของ Taro

ครั้งแรกที่ได้มาเรียน ที่เมืองโมริโอ ผมได้พักอาศัยกับ คุณลุง โจทาโร่ เพียงแค่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน จากอิตาลี่ ผมเป็นคนญี่ปุ่น แต่ดันไปเกิดและโต ที่อิตาลี่ เลยสามารถพูดภาษาอิตาเลี่ยน และภาษาญี่ปุ่นได้นิดหน่อย แต่ภาษาอิตาเลี่ยน เป็นภาษาแม่ เพราะฉะนั้นผมเลยคุยกับ เชฟ โทนิโอได้ เป็นภาษาบ้านเกิดแก และแม่ก็สอนผมภาษาญี่ปุ่น ผมมักจะนึกว่า แอนโทนิโอ เป็นพ่อแท้ๆของผม เพราะแกเลี้ยงผมมาตั้งแต่เล็กจนโตเป็นหนุ่ม แต่แม่แท้ๆของผม ก็คือ โนริอากิ คะเคียวอิน

ผมไม่รู้หรอกนะว่าใครเป็นพ่อแท้ๆของผม หลังจากที่ผมได้เห็นภาพถ่าย ของคุณแม่ และพรรคพวกคนอื่นๆ ที่ทะเลทราย จนกระทั่งได้เห็นภาพผู้ชายคนหนึ่ง ที่สวมชุดนักเรียนญี่ปุ่นสีดำ กับหมวกสีดำ และเสื้อแขนกุด สีเทา อยู่ข้างใน ผู้ชายคนนี้ตัวใหญ่ และหมัดหนัก ครั้งแรกที่ผมเพิ่งรู้ความจริง ว่าใครเป็นพ่อแท้ๆของผม ก็ตอนที่ ตาคิชิเบะ โรฮัง ใช้พลัง heaven door เปิดหน้าผมราวกับ อ่านหนังสือการ์ตูนนี่แหล่ะ

‘พ่อแท้ๆของ แกก็คือ โจทาโร่ คุโจ และ โนริอากิ คะเคียวอิน เป็นคุณแม่ หืม แปลกดีนะ คุณแม่ของแก ถูกตาดิโอ ส่งให้มาฆ่าพ่อแท้ๆของแก แต่พ่อของแกดันไม่ตาย และช่วยดึงเจ้าก้อนเนื้อ ประหลาดนั่นออกจากหัวแม่แก และอีกอย่าง ตัวแสตนด์ของพ่อแก เป็น star platinum และตัวแสตนด์ ของแม่คือ Hierophant green แหม น่าอิจฉาจัง นายมีแม่ที่หน้าตาสะสวย และยังฉลาดเป็นกรด อีกด้วย อืม น่าสงสารนะ แม่นายโดนดิโอ ฆ่าตาย ที่แท๊งค์น้ำ ประเทศอียิปต์ ไคโร แต่ก็ ได้พ่อเลี้ยง ของแกที่เป็นคนอิตาเลี่ยนชุบชีวิต ทั้งแกและคุณแม่ ที่กำลังตั้งท้องแกได้ประมาณ 3 เดือน หืม น่าทึ่งจริงๆ’ คิชิเบะ โรฮังเอ่ยขึ้น ‘แกนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ทาโร่ แต่เอ แกเป็นคนญี่ปุ่น แต่ดันไปเกิดที่อิตาลี่ อีกอย่าง คะเคียวอินเพิ่งจะให้กำเนิดนาย ตอนหลังแต่งงานกับ ตาแอนโทนิโอ พ่อเลี้ยงของนาย ซึ่งก็หลังกลับจากอียิปต์’

‘ถ้านายจะฆ่าฉันก็เชิญ ฉันไม่กลัวตายหรอนะโรฮัง ฉันเคยเจอโลกแห่งความตายมาแล้ว แม่ฉันก็ด้วย’ ผมบอกแกไป ก็แหงอยู่แล้วล่ะ ผมกลัวตายซะเมื่อไหร่ล่ะ

‘เรื่องอะไรฉันจะไปฆ่าแกล่ะ ฉันจะเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีไว้น่ะสิ ทาโร่คุง และเอาไปเขียนเป็นมังงะ’ คิชิเบะ โรฮังพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

‘emerald star finger’ ผมตะโกนเรียกตัวแสตนด์ของผม และปล่อยเจ้าเพชร ไดม่อน สีเขียวออกมา แต่มันก็ไม่โดนร่าง เจ้าคิชิเบะ โรฮัง

‘อย่าพยายามเลย เจ้าหนู เพราะฉันเพิ่งเขียนลงไปแล้ว ว่าแกไม่สามารถทำอะไรฉันได้’

‘แกรู้ได้ไง ว่าโจทาโร่เป็นพ่อแท้ๆ ของฉัน ขนาดแม่ฉันยังไม่บอกฉันเลยด้วยซ้ำ’ ผมเริ่มสงสัย เพราะแม่ไม่เคยเอ่ยถึงโจทาโร่ให้ผมได้รับรู้ ราวกับว่าถ้าพูดถึงโจทาโร่ ทีไรแม่ผมจะดูซึมๆ ใจจริงแม่ก็ยังรัก โจทาโร่อยู่ แต่แม่เลือกที่จะอยู่กับพ่อเลี้ยง และคนที่รู้ความลับของผม ก็กลายเป็นคิชิเบะ โรฮัง นั่นเอง

‘คะเคียวอินน่ะเหรอ? แม่นายฉลาดเกินกว่าที่จะยอมเล่าความจริงให้แกฟังนะ ทาโร่ เพราะตอนที่คะเคียวอินตั้งครรภ์ครั้งแรก ก็ตอนที่พวกเขาเจอกับ เจ้า Death 13 ตอนไปแคมป์ ยังไงล่ะ แกยังเป็นแค่ตัวอ่อน อยู่เลย แม่แกก็ฉลาดนะ ตอนสุดท้ายใช้ตัว Hierophant ปราบมันได้สำเร็จ อีกอย่างแม่แกดันแก้เผ็ด ด้วยการเอา ขี้ของเจ้าเด็กทารกนั่น ไปใส่ในชามอาหาร และใช้ช้อนคน มันคงจะเป็นความทรงจำที่ดีนะ แกนี่โชคดีจริงๆ เป็นลูกชายแท้ๆของโจทาโร่’ โรฮังเอ่ยขึ้น ก่อนที่ตาโจสุเกะ จะบุกเข้ามา

‘อะ อะไรนะ ทาโร่คุง เป็นลูกชายของโจทาโร่?’ โอคุยาสุ โคอิจิ พูดพร้อมกัน สองคน

‘ใช่แล้วล่ะ แกเป็นลูกชายแท้ๆ ของโจทาโร่ กับ คะเคียวอิน มิน่าล่ะตัวแสตนด์ ของนาย ถึงสามารถใช้พลังเหมือน พ่อกับแม่นายได้’ โรฮังเอ่ยขึ้นอีก ‘เสียดายที่ฉันไม่ได้มีโอกาสร่วมเดินทาง กับพ่อแม่นายนะ’

‘เสียใจ นายยังไม่รู้จักแม่ฉันดีพอ’ ผมเอ่ยขึ้น

‘แม่นายดูภายนอกเป็นคนเย็นชา แต่จริงๆเป็นคนที่มีจิตใจดี และมีเมตตา แต่เวลาจะแก้เผ็ดใคร ที่เล่นงาน คุณแม่ของนายนะ พวกนี้ก็โดนอย่างแสบๆ’ โรฮังเอ่ยขึ้น ดีที่โจสุเกะมาทันเวลา และเจ้าโรฮังดันไปยั่วโมโหเขา เรื่องทรงผม เลยโดนเขา อัดยับ แหมะ โจสุเกะ ปรกติแกเป็นคนใจดี และคอยช่วยเหลือคนที่ได้รับบาดเจ็บ แต่บทแกเวลาจะเอาจริงขึ้นมานี่ อย่าได้ไปลองดีกับแกเด็ดขาด มาคราวนี้แกฟิวขาดจริงๆ แกเล่นซะแทบจะพังบ้านทั้งหลังเลย

โคอิจิแกก็โดน เจ้าคิชิเบะ โรฮังเปิดหน้าเหมือนผม แต่ที่แปลกคือ ผมไม่ได้สะดุ้ง หรือตกใจเหมือนกระต่ายตื่นตูม เพราะผมรู้อยู่แล้ว ว่าแกจะต้องรู้ความลับของผม เพราะผมเห็นตัวแสตนด์ของแก โผล่ออกมา ตอนที่แกใช้มันเปิดหน้า พวกผม ราวกับอ่านหนังสือการ์ตูน สุดท้ายผมกลับสงสารแก เพราะเห็นสภาพแกเป็นอย่างนี้ ทำให้ผมเริ่มไม่อยากจะไปซ้ำเติมแกอีก

ตอนนั้นหลังจากที่ คิชิเบะ โรฮังรู้ความลับของผม เกี่ยวกับพ่อแม่แท้ๆของผม แกแนะนำให้ผมไปคุยกับ โจทาโร่ ที่เป็นคุณพ่อแท้ๆของผม และคุณแม่ แต่ปัญหาคือคุณแม่ยังอยู่กับพ่อเลี้ยง ผมยังจำได้เลยว่า อาจารย์โรฮัง แกบอกว่าแม่ผมมีเสน่ห์ ถึงขนาดมีผู้ชาย 2 คนหลงรักแม่ แต่แม่ก็เลือกที่จะอยู่กับพ่อเลี้ยง ทั้งที่กำลังอุ้มท้องผม 4 เดือนเนี่ยนะ และไม่บอกผม มาเป็นเวลานานหลายปี ทำไมคนนอกอย่างโรฮัง ดันมารู้ความลับเรื่องนี้ก็ไม่แปลก เพราะพลังพิเศษของแก สามารถอ่านผมราวกับ หนังสือการ์ตูน

ผมได้เล่าเรื่องนี้ให้โจทาโร่ฟัง หลังจากที่เจอ อาจารย์โรฮัง แกไม่แปลกใจเลยด้วยซ้ำ ที่รู้ว่าแกเป็นพ่อแท้ๆของผม แกกอดผมแน่นๆ ราวกับไม่อยากให้ผมจากแกไปไหน

‘ทาโร่ บางทีฉันควรจะบอกแก ตั้งแต่ครั้งแรก ที่คุณแม่ส่งแกมา อยู่กับฉัน’ โจทาโร่บอกผม ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผมฟัง ซึ่งก็ตรงตามที่ ตาคิชิเบะ โรฮังบอกผม ผมรู้หมดทุกอย่าง หมอนั่นค่อนข้างจะน่ากลัว มันดันมารู้ความลับของผมหมดทุกอย่าง มันยังบอกเลยว่า แม่ผมได้มีโอกาสมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ เพราะพ่อเลี้ยงเป็นคนตกลงกับโจนาธาน โจสตาร์ ทั้งที่รู้ว่าตอนนั้นแม่กำลังอุ้มท้องผมอยู่ และแม่ก็มีโอกาสที่จะได้เดินทางกลับมาเยี่ยมคุณยาย ที่ญี่ปุ่น ครอบครัวทางฝั่งแม่ผม ที่ญี่ปุ่นพากันเห่อหลาน เลยไม่ได้ว่าอะไร มีบ้างที่พวกเขาบอกว่า ผมดูไม่เหมือน แอนโทนิโอ สามีของแม่ แต่พวกเขาไม่รู้หรอก ว่าพ่อแท้ๆของผม เป็นใคร แม่ก็ไม่ได้พูดถึงเหมือนกัน

จนกระทั่งตอนนี้ ผมถึงได้รู้ความจริง จะว่าผมควรโทษคิชิเบะ โรฮังดีมั๊ย ที่ดันมาเปิดโปงความลับผม ซะหมดทุกอย่าง จนตอนนี้ผมอยากกลับไปหาคุณแม่ ซึ่งคุณแม่ก็ไม่ได้แปลกใจ ที่ผมดันรู้ว่าพ่อแท้ๆของผม คือโจทาโร่ แม่เคยเตือนผมเรื่อง คิระ โยชิคาเกะ เพราะหมอนี่เป็นบอส ที่มีพลังน่ากลัว เกี่ยวกับ การน้อนเวลา และระเบิด ตัว ที่ทำงานเอง โดยไม่ระบุตัวตน ว่าเป็นใคร พ่อแท้ๆของผม โจทาโร่ ต้องมาเผชิญกับศัตรูที่ร้ายกาจ มากพอสมควร พ่อผมพาพี่โจสุเกะ และผม มาฝึกวิธีการ ยิงเจ้ากระป๋อง ที่ตั้งอยู่บนตอไม้ ผมใช้พลังเหมือนคุณแม่ ก็คือ ปล่อยเจ้าเพชรสีเขียว ออกมา ยิงใส่กระป๋อง

‘ฉันถึงว่า แกได้พลังนี้มาจากแม่’ โจทาโร่มอบหน้าผม ‘แต่แกก็อย่าได้ประมาทล่ะ ทาโร่ แม่แกก็ไม่ได้มาอยู่กับแกตลอด ทุกๆ 24 ชั่วโมง’

ตอนนั้นพวกผมไปล่าหนู กับพี่โจสุเกะ และ โจทาโร่ พ่อแท้ๆของผม ตอนนี้ผมมีคุณพ่อ สองคน ก็คือ แอนโทนิโอ กับ โจทาโร่ แอนโทนิโอเป็นพ่อเลี้ยง แต่เขารักผมราวกับว่า ผมเป็นลูกแท้ๆของเขา เขายังสอนผมวิธีใช้เวทย์มนต์ และคุณแม่ฝึกผม ให้รู้จักตัวแสตนด์ ของผมเอง สาเหตุที่คุณแม่ส่งผมมาที่เมือง โมริโอ ก็เพราะว่าคุณแม่อยากให้ผมได้เรียนรู้ประสบการณ์ด้วยตัวผมเอง และผมได้เรียนรู้หลายอย่าง ได้เพื่อนใหม่หลายคน ตอนนี้แม่ผมกำลังไปเที่ยวกับพ่อเลี้ยงที่ประเทศฝรั่งเศส นานๆทีคุณแม่จะกลับมาเยี่ยมผม ที่โมริโอ ด้วยกันกับพ่อเลี้ยงของผม

Jotaro 2

Jotaro 2

ผมไม่นึกว่าจะได้กลับมาพบเจอกับ คะเคียวอินอีก หลังจากที่พวกผม และ น้องๆเด็กใหม่ที่ฝึกใช้แสตนด์ ช่วยกันจัดการคิระ โยชิคาเกะ ตอนช่วงวาระสุดท้ายของแก ตอนนั้นคะเคียวอิน ก็มาร่วมช่วยพรรคพวกของโจสุเกะด้วย เขาบอกผมว่า น้องๆรุ่นใหม่ อย่างโจสุเกะ ควรจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง จะทำให้พวกเขา มีฝีมือพัฒนาอย่างพวกผม ซึ่งใช้เวลาเรียนรู้ การต่อสู้กับ พวกคนใช้แสตนด์ คนอื่นๆ และคำแนะนำ ของคะเคียวอิน ก็ได้ผลเป็นอย่างดี

โคอิจิเริ่ม จะมีฝีมือพัฒนามากขึ้น เขาใช้คัวแสตนด์ แอ็ค 3 จัดการคิระ ทำให้มือข้างซ้ายเขาหนัก ส่วนผมก็หยุดเวลา และสุดท้าย แกก็โดนรถพยาบาลทับหัวแบะ ตายคาที่ ตอนนั้นเป็นจังหวะที่คะเคียวอินได้เห็นอุบัติเหตุนี้ กับตา ด้วยกันกับสามีของเขา แอนโทนิโอ ซึ่งกำลังนั่งรถ จะเดินทางกลับโรงแรม ดีว่าเขาเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง เพราะเขาก็เจอเรื่องร้ายๆมาเยอะ แต่ตอนสุดท้าย ก่อนจากกัน ผมยืนส่งเขา ที่สถานีรถไฟ ของเมือง มาริโอ สามีเขาก็มาด้วยกัน สองคน แอนโทนิโอ โอบเอวของคะเคียวอิน ก่อนจะปล่อยให้ คะเคียวอิน คุยกันกับผมตามลำพัง

‘นี่คงเป็นครั้งสุดท้าย ที่เราได้พบเจอกันอีกสินะ โจทาโร่’ เขาพูดกับผม ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเราคงจะต้องบอกลากัน เขาจูงมือ ทาโร่คุงบุตรชายของเขา ที่ตอนนี้อายุ 16 ปี เพื่อไปหาแม่ของเขา ที่บ้านเกิดผม

‘ผมว่าเราคฝจะได้พบเจอกันอีกนะ คะเคียวอิน คุณมักจะมาช่วยผมทุกครั้ง ที่ผมเจอกับอันตราย’ ผมเอื้อมมือไปแตะแก้มของเขา

‘ฉันมาเพราะเป็นห่วงนาย โจทาโร่ นายช่วยชีวิตฉันมาหลายครั้งโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน’ เขาดูไม่อาลัยอาวรณ์ก่อนจากกัน ผมกอดเขาไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่เราจะผละออกจากกัน ผมยืนส่งเขา ตรงสถานีรถไฟฟ้า ก่อนจะเดินกลับมา เห็นโจสุเกะ โอคุยาสุ โคอิจิ ยูคาโกะ คิชิเบะ โรฮัง และคนอื่นๆ ที่มาสะกดรอยตามผม

‘นี่พวกนาย ออกมาได้แล้ว ไม่ต้องไปหลบซ่อนตัวหรอกนะ’ ผมพูดออกมา ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ว่าพวกนี้แอบวางแผนอะไรกันอยู่

‘คุณโจทาโร่ ทำไมไม่บอกคะเตียวอินล่ะ ว่าคุณยังรักเขาอยู่?’ คิชิเบะ โรฮังถาม ‘ผมดูออกนะ ว่าคุณสองคนเป็นรักแท้ เขายอมเสี่ยงอันตรายมาช่วยคุณ และยังสอนพวกเรา ให้รู้ว่าจะรับมือยังไงกับศัตรู’

‘ไม่ใช่แค่นั้น เขาเป็นครูฝึกที่ใจเย็นมากๆ และยังบอกพวกเรา ให้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะ ยิ่งตอนนั้นคุณโจทาโร่ให้ผมออกไปล่าหนู’ โจสุเกะ เอ่ยขึ้น แต่เขาไม่ได้มากับพวกผมหรอกนะ เพราะนานๆทีเขาจะมาเยี่ยมพวกผมครั้งนึง บางครั้งก็ มาช่วยหาข้อมูลของศัตรู อีกทาง ซึ่งแอนโทนิโอ สามีของเขามีพลังในการเห็นนิมิต ผ่านทางการสัมผัสวัตถุ สิ่งของ อย่างคราวก่อน เขาเคยเตือนเรื่อง คิระ ตอนที่เขาจับเจ้ากระดุม เสื้อแจ็คเก็ต ของคิระ เขาบอกว่าภาพในนิมิต ที่เขาเห็นคือ เด็กผู้ชาย สวมชุดเขียว ที่ยังเป็นเด็กประถมใกล้จะขึ้นชั้นมัธยม ที่ทำผมทรงแหลมๆ เหมือนทรงทุเรียน และแกดูร่างกายสมบูรณ์ดี คนนั้น ตายโดยที่แกจับลูกบิดประตูห้องเรียน ร่างของแกระเบิด ก่อนที่แกจะมา ขอความช่วยเหลือจากโจสุเกะ

‘นายแน่ใจนะ ว่าไม่เห็นว่าใครเป็นเจ้าของ กระดุมเสื้อแจ็คเก็ต?’

‘ฉันไม่รู้หรอก ว่าเป็นใคร ภาพในนิมิต บางทีไม่ค่อยได้เห็น ยังไง ถ้ามีเบาะแสอะไรใหม่ๆ นายค่อยส่งมาให้ฉันก็ได้นะ ว่าแต่ คุณตาของนาย โจเซฟ โจสตาร์เป็นอย่างไรบ้างล่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทักแกเลย’ แอนโทนิโอ ถามถึงเพื่อนสนิทของเขา ซึ่งผมก็ได้แต่นิ่งเฉยไป เพราะคุณตาของผม แกไม่ค่อยอยากพบใครตอนนี้ ผมแค่มาตามสืบเรื่องราว ของตาผู้หญิงแก่ๆ คนหนึ่ง ที่เคยทำงานรับใช้ดิโอ แกบอกว่าคะเคียวอิน เป็นภรรยาคนที่ 2 ของ ดิโอ หลังจากโจนาธาน โจสตาร์ ซึ่ง ดิโอรักเขามาก ผมเลยไม่แปลกใจที่ทำไม สนมุนแต่ละคนของแก ไม่มีใครกล้าทำร้าย คะเคียวอินแม้แต่น้อย แต่ที่เขาโกรธ คะเคียวอิน และจะฆ่าภรรยาที่เขารักมากๆ ก็เพราะ เขารู้ว่าภรรยาคนที่ตัวเองรัก ได้ร่วมมือกับศัตรูหักหลังเขา

ผมยังจำได้ ตอนที่เราสู้กัน แกโกรธผม และโทษผม ว่าเป็นความผิดของผม ที่ไปทำให้ภรรยาของเขา ทรยศหักหลังเขา ด้วยการใช้พลังของเขา จับตรงจุดอ่อน และความลับของเขา ซึ่งเป็นสามี ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกนะ เพิ่งจะมารู้ก็ตอนที่ดิโอมาบอกผม ตอนที่ผมไปเตะตรงหัวเข่าแก จนแกลุกเดินไม่ได้ ต้องนอนอยู่ที่พื้น

‘เพราะแกคนเดียว โจทาโร่ ที่ทำให้ฉันต้องฆ่าภรรยา คนที่ฉันรักมากที่สุด’ ดิโอที่กำลังโกรธแค้น สาปแช่งผมเอ่ยขึ้น

‘นายหมายถึง คะเคียวอินน่ะเหรอ ถ้ารักมาก ทำไมนายถึงฆ่าภรรยาของตัวเองล่ะ?’

‘ก็มันท้องลูกมึงไง’ ดิโอกำลังจะลุกขึ้น ‘หน๋อยแอบคบชู้ไม่พอ ดันไปอุ้มท้องลูกมันอีก กูแม่งฆ่าทั้งแม่ทั้งลูกไปเลย เป็นไง พูดไม่ออกล่ะสิ หือ กูเนี่ยคิดผิดจริงๆ ที่ส่งภรรยาสุดที่รักของกูให้ไปฆ่ามึง กูไม่นึกว่าเมียกูจะทรยศหักหลังกู ไปคงคนของมึง’

‘มึงเป็นคนเอา ไอ้ก้อนเนื้อเหี้ยๆ ของมึงไปใส่ที่หัวภรรยาของมึง และบงการให้เขามาฆ่ากู ดีแค่ไหนที่กูไม่ฆ่าเขาซะก่อน’ ผมได้ทีก็สวนกลับทันที ‘มึงนี่มันเหี้ยจริงๆ’

ผมล่ะไม่เสียใจเลย ที่ไปฆ่ามัน ที่อียิปต์ ไคโร ตอนนั้นผมก็นึกว่า คะเคียวอินเสียชีวิตไปแล้ว แต่เขาดันฟื้นขึ้นมาจากความตาย และเดินมาหาผม เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเป็นภรรยาของ ดิโอ ก่อนที่เขาจะมาเจอผม ความทรงจำของเขา หายไปตอนที่ผมดึงเจ้าก้อนเนื้อ ที่มีรูปร่างเหมือนแมงมุม ออกจากหัวของเขา เขาจำได้แค่ว่าเคยพบเจอกับดิโอ ตอนที่เดินทางมาที่อียิปต์ครั้งนึง แต่ความทรงจำในอดีต ที่เหลือของเขา กลับหายไปบางส่วน ตอนนี้เขาคงไม่กลับไปหา ดิโอซึ่งเป็นอดีตสามีของเขาอีก ต่อให้เขาพยายามยังไงก็คงนึกไม่ออกอยู่ดี ว่าเคยคบกันกับดิโอเมื่อไหร่

‘อืม แต่ผมสงสัย เรื่องของคุณโจทาโร่ กับ คะเคียวอิน ตกลงคุณสองคน เคยเจอบอส คนก่อนหน้าที่จะเจอกับ คิระใช่มั๊ย ผมได้ยินพวกคุณพูดถึงดิโอ’ โรฮังเอ่ยขึ้น ‘จริงๆ ผมรู้มากกว่านั้น ตอนที่เปิดหน้าหนังสือผ่านหน้าของ โคอิจิ ถึงรู้ว่าคะเคียวอิน เป็นคนรักของคุณ’

‘ใช่ แต่นั่นเป็นเรื่องในอดีต เขาแค่ผู้ชายคนนึง ที่ฉันไม่สามารถรักเขาได้ โรฮัง’ ผมบอกแกไปอย่างนั้น

‘เพราะเขาเลือกที่จะใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายคนอื่นใช่มั๊ย โจทาโร่?’ โรฮังมองหน้าผม ‘ผมพอจะรู้ ว่าคุณเคยคบกับเขา อีกอย่างคะเคียวอิน เป็นผู้ชายที่งดงาม ทั้งใบหน้าและจิตใจ ต่อให้ภายนอกเขาดูเย็นชา แต่จิตใจเขาเป็นคนดี เขายังแนะนำให้โคอิจิเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ของตัวเอง และพวกผม พวกเราโชคดีที่ได้เขาเป็นครูฝึก แต่เสียดายที่เขาอยู่ที่นี่ไม่นาน’

‘ฉันมีลางสังหรณ์ว่า ซักวันเราคงได้พบกันอีก’ ผมพูดออกมาลอยๆ ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน ไปหาคุณตาของผม โจเซฟ โจสตาร์

ในขณะที่ผม กับคุณตาของผม นั่งอยู่ในเรือ ของสปีด แวกอน คุณตาของผมถึงเริ่มเอ่ยขึ้นถึงเรื่องราว ที่พวกผมเดินทางไปอียิปต์ แกบอกว่า เจ้า Death 13 หลังจากที่โดนคะเคียวอินแก้แคนคืนอย่างแสบๆ แกยังโดนดิโอด่าแหลก ไปดันไปทำร้ายภรรยาสุดที่รักของเขา เจ้าเด็กเบบี้คนนั้นก็น่าสงสารนะ แกถูกส่งให้มาเล่นงานผม แต่มันดันไปเล่นงานผิดคน เลยทั้งโดนแก้แค้นแรงๆ และก็พอกลับไปก็โดนด่ายับอีก

‘แกคงรู้ล่ะสิ นะโจทาโร่ ว่าคะเคียวอิน เป็นภรรยาของ ตาดิโอ ก่อนที่เขาจะมาเจอกับแก และพวกเขามีลูกชายด้วยกัน 1 คน ก็คือ มิคาอิล อัลบาท๊อฟ แกอาศัยอยู่ที่รัสเซีย แต่แกดูเหมือนแม่ มากกว่าพ่อ ปัจจุบันนี้แกอยู่ทีมเดียวกันกับ โจรูโน่ โจบาน่า พี่ชายต่างมารดาของแก ฉันไปได้ยินเรื่องนี้จากตาโปนาเรฟ ตอนที่เขาเป็นที่ปรึกษาให้กับทางนั้น’ คุณตาของผมเอ่ยขึ้น ก่อนที่แกจะหยิบภาพถ่ายมานึงใบ ให้ผมดู ซึ่งเป็นภาพถ่าย งานแต่งของ ดิโอ กับ คะเคียวอิน ซึ่งตอนนั้นกำลังตั้งครรภ์ บุตรชายของดิโอ 6 เดือนกว่าๆ ทว่าใบหน้าของเขา กลับดูงดงาม เหมือนตอนนี้ไม่มีผิด พวกเขาสองคนคงร่วมรักกัน จนคะเคียวอินตั้งท้อง ดิโอเลยตัดสินใจแต่งงานกับเขา พอหลังจากที่ คะเคียวอิน คลอดบุตรชายของเขาเสร็จปุ๊บ เขาก็ส่งภรรยาของเขา ให้มาฆ่าผม ที่ญี่ปุ่น

‘นายพอจะรู้เรื่องนี้แล้วสินะ โจทาโร่’

‘แล้วคะเคียวอิน รู้เรื่องนี้มั๊ย เหมือนตอนที่ผมถามเขา เขากลับนึกไม่ออก’

‘อาจเป็นเพราะนายดึงเจ้าก้อนเนื้อนั่น ออกจากหัวของเขา ความทรงจำของเขา เลยขาดหายไปบางส่วน’ คุณตาของผมเอ่ยขึ้น ‘แต่แหวนแต่งงาน ของเขากับตาดิโอ เขายังคงสวมมันอยู่’

‘เขาคงจำไม่ได้หรอก โจทาโร่ นายอย่าไป รื้อฟื้นความทรงจำเขาเลย แค่เขายอมร่วมมือกันกับเรา แค่นี้ก็มากพอแล้วล่ะ’

‘ผมน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าเขาเป็นคนที่ผมรักไม่ได้จริงๆ’ ผมคงต้องทำใจแล้วล่ะ บางทีผลไม้บางอย่างคงเป็นผลไม้ต้องห้ามจริงๆ ผมก็หลงเสน่ห์ ของคะเคียวอินเหมือนกัน เขาไม่ได้เป็นแค่คนที่มีเสน่ห์อย่างเดียว แต่เขากลับเป็นคนที่สวยมากๆ ก็ไม่แปลกหรอก ที่ ดิโออยากได้เขามาเป็นภรรยาอีกคน หมอนี่เป็นประเภทที่อยากได้อะไรก็จะต้องเอามาให้ได้ ยิ่งแกรับรู้ถึงสัมผัสพลังของคะเคียวอิน แกเลยให้คนของแกไปเชิญเขามาที่บ้านของแก ก่อนจะจับปล้ำทำเมีย แล้วก็ได้ผล ผมเองก็เพิ่งจะมารู้ ตอนที่ผมถูกปล่อยตัวออกจากคุก ที่สถานีตำรวจ ตอนนั้น คะเตียวอินได้ทำงานรับใช้สามีของเขา ด้วยการมาฆ่าผม ที่ญี่ปุ่น ครั้งแรกก็ที่ทำให้หัวเข่าผมเลือดออก กับให้ผ้าเช็ดหน้าผม ครั้งที่สอง ก็ตอนที่ใช้ตัวแสตนด์ของเขา ควบคุมพยาบาล ที่โรงเรียนผม ให้มาฆ่าผม แต่ดีที่ตัวแสตนด์ของผมเก่ง และแข็งแรง เลยสามารถเอาชนะ ตัว Hierophant green ของเขาได้สำเร็จ

แต่สุดท้าย ผมกลับเลือกที่จะช่วยเขา เพราะอย่างน้อย เขาน่าจะช่วยผม ตามหาสามีของเขา ที่ส่งเขาให้มาฆ่าผม และพรรคพวกของคุณตาผม ที่ญี่ปุ่น แต่ดีที่ผมดึงเจ้าก้อนเนื้อนั่นออกทันเวลาพอดี ก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมาฆ่าผมกับ พวกคุณตาของผม ก่อน ทุกๆคนในทีม ร่วมเดินทางไปไล่ล่าดิโอ รู้กันหมดว่า คะเคียวอินเป็นภรรยาของดิโอ มีแต่ผมคนเดียว ที่ยังไม่ค่อยทราบเรื่อง จนกระทั่งคุณตาโจเซฟ มาบอกผมก็ตอนนี้เอง แกมีหลักฐานหมดทุกอย่าง ที่จะเอามาให้ผมดู ‘ไม่แปลกใจเลยสินะ ว่าทำไม สมุนของดิโอ ไม่กล้าทำร้ายคะเคียวอิน มีแต่มาเล่นงานพวกเราอย่างเดียว’

‘แต่สุดท้ายดิโอก็ฆ่า คะเคียวอินอยู่ดี’

‘มันคงแค้นที่รู้ว่า ภรรยาที่เขารักมากๆ ดันมาหักหลังเขา’ คุณตาผมบอก ‘เป็นฉันก็คงแค้นเหมือนกัน มีที่ไหน เมียที่รักมากๆ ดันไปส่งข่าวคราวเรื่องความลับของผัวไปให้ศัตรูรู้ล่ะ นายอย่าลืมนะ ตอนนั้นคะเคียวอิน ท้องลูกนายด้วย’

‘ถึงว่าทำไม มันโทษผม’ ผมมองวิวทิวทัศน์ภายนอก และโจสุเกะ ที่โบกมือลาพวกผม กับคุณตา โจเซฟ ดูเหมือนแกจะโมโหตอนที่โจสุเกะ ใช้พลังดึงรูปถ่ายของคุณตาผม และเงินหลายหมื่นเยน ของเขาไป แต่พอผมบอกว่าแกเป็นคนจิตใจดี แกเลยหยวนๆ ไป เพราะอย่างน้อยโจสุเกะ ก็เป็นลูกชายของแกเหมือนกัน